‘สมการ’หลังเลือกตั้ง อะไรก็เกิดขึ้นได้!

‘สมการ’หลังเลือกตั้ง   อะไรก็เกิดขึ้นได้!

000 การเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ มีไฮไลต์สำคัญโดยเฉพาะการประกาศจุดยืนของพรรคการเมืองถึงความชัดเจน

การจับขั้วทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง เพื่อเรียกเรทติ้งในช่วงโค้งสุดท้าย ท่ามกลางกระแสกดดันการเลือกข้างระหว่าง ฝ่ายคสช. และ ฝ่ายประชาธิปไตย ล่าสุดคือกรณีที่ เดอะมาร์คอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ​ หัวหน้า​พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)​ ชิงจังหวะโค้งสุดท้ายประกาศไม่สนับสนุน​ “บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกอีหนึ่งสมัย

000 ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นวิวาทะระหว่าง 2 ฝั่ง คือฝั่งประชาธิปัตย์และฝั่งพลังประชารัฐ ยิ่งไปกว่านั้นการประกาศตัวของอภิสิทธิ์ ยังเป็นเสมือนการ เปิดศึกเลือกข้าง ระหว่าง ประชาธิปัตย์ และ อดีตคนกันเอง อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถึงขั้นออกมาทวงบุญคุณสมัยปลุกปั้นเป็นนายกฯ พร้อมย้ำจุดยืนในการสนับสนุนบิ๊กตู่ อย่างไม่ลังเลใจ

000 ขณะที่ อภิสิทธิ์ เองย่อมรู้ดีว่า สถานการณ์ภายในพรรคขณะนี้ยากต่อการ คอนโทรล เนื่องจากสมาชิกแบ่ง เป็นก๊ก-เป็นเหล่า” โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับสุเทพ” จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาออกมาคาดโทษสมาชิก กลุ่มงูเห่า ที่โหวตสวนมติพรรคไปยกมือโหวตนายกฯจากพรรคอื่น ก็จะต้องถูกพรรคลงดาบอย่างแน่นอน

000 และการจะไปจับมือกับ เครือข่ายทักษิณ หรือ พรรคเพื่อไทย นั้นดูเหมือนว่าประตูนี้ก็จะถูก ปิดตาย เช่นกัน

000 ดังนั้นเมื่อ อภิสิทธิ์” เลือกที่จะเดินเกมเช่นนี้ นั่นหมายความว่า สมการการเมือง หลังการเลือกตั้งจะถูกแบ่งออกเป็นสมการใหญ่ๆ คือ พลังประชารัฐ ซึ่งมี 250 เสียง จากส.ว.ตุนอยู่ในมือ ไปจับขั้วกับพรรคการเมืองเพื่อรวบรวมเสียงส.ส. 126 เสียง รวมเป็น 376 เสียง (เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ) ในการจัดตั้งรัฐบาล 

000 2 เพื่อไทย ซึ่งกติกาที่ออกแบบมาชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้แม้จะได้เสียงส่วนใหญ่ ดังนั้นเพื่อไทยจึงต้องไปจับมือกับพรรคทั้งใหญ่ กลาง เล็ก เพื่อรวบรวมเสียงส.ส.ให้ได้ 376 เสียง เพื่อเพียงพอต่อการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

000 และ 3 ประชาธิปัตย์ (ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นพรรคอันดับ 2) ไปจับมือกับพรรคใหญ่ กลาง เล็ก เพื่อรวบรวมเสียงส.ส. 376 เสียง เพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรือ สมการที่ 4 ที่ดูเหมือนว่าจะถูกปิด ประตูตาย ไปก่อนหน้านี้ คือ 1 ใน 3 ขั้ว ตามที่กล่าวมาไปจับขั้วกันเองในขั้วใดขั้วหนึ่งเพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพราะการประกาศจุดยืนของ อภิสิทธิ์ ตามมาด้วยข้อสงสัยที่ว่า ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่เป็นมติพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่?

000 ต้องไม่ลืมว่า อภิสิทธิ์เองเคยลั่นวาจาไว้ หากได้ส.ส.ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงประชาธิปัตย์จะยังคงเลือก อภิสิทธิ์” ขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคเป็นครั้งที่ 2 ดังเช่นที่เคยประกาศลาออกเมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 54 อีกหรือไม่ หรือ เมื่อถึงเวลานั้นจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร?

000 คงต้องจับตาดู “สมการการเมือง” ภายหลังการเลือกตั้งซึ่งเราจะได้รู้กันว่า “คำตอบ” ของสมการนี้จะถูกถอดออกมาอย่างไร เพราะเมื่อถึงเวลานั้นจริงอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้!

 โดย...  ดารากร