วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

CVC มองข้ามสตาร์ทอัพไทย?

CVC มองข้ามสตาร์ทอัพไทย?

ความคึกคักของการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยในปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการลงทุนด้วย Seed fund จาก โครงการ Accelerator หลายโครงการแล้ว

การเข้ามาของ Corporate Venture Capital รายใหม่ๆ ภายใต้องค์กรยักษ์ใหญ่หลายองค์กร ทำให้ CVC กำลังถูกจับตามองว่าจะเป็น New Engine ที่จะขับเคลื่อนวงการสตาร์ทอัพไทยให้โตต่อไปได้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะด้วยจำนวนของ CVC ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ในประเทศรวมกันมากกว่าสิบบริษัท น่าจะเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญสำหรับวงการสตาร์ทอัพไทย ถึงแม้แนวโน้มจะดูว่ามีเม็ดเงินในตลาดมาก สตาร์ทอัพไทยก็ยังคงอยู่อันดับท้ายๆ ในภูมิภาคสำหรับมูลค่าการลงทุน ตามหลังสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ เวียดนามด้วยสัดส่วนการลงทุนที่น้อยกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนหลายเท่าตัว 

CVC ไทยที่ตั้งขึ้นมาใหม่ส่วนใหญ่ล้วนมีเป้าหมายในการลงทุนกับสตาร์ทอัพในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่กำลังอยู่ใน Growth Stage และอยู่ในธุรกิจที่สามารถต่อยอดกับธุรกิจหลักขององค์กรได้

ทิศทางการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพทั่วโลกกำลังถูกขับเคลื่อนไปในทางเดียวกัน คือการลงทุนของ Corporate Venture Capital กำลังแซงหน้าการลงทุนโดย VC ด้วยจำนวนของดีลที่น้อยกว่าแต่มูลค่าของเม็ดเงินที่สูงกว่ามาก ข้อมูลล่าสุดของ KPMG ระบุว่า ปีที่ผ่านมาสัดส่วนของการลงทุนโดย CVC ในเอเชียขึ้นไปแตะจุดที่สูงสุดโดยมีสัดส่วนเกือบ 33% ของมูลค่าดีลทั้งหมดในขณะที่การลงทุนโดย VC และ Angel Investors ค่อนข้างจะแผ่วลงไป

แล้วจะทำอย่างไรให้ CVC หันมามองสตาร์ทอัพไทย? ผู้บริหารองค์กรใหญ่จากต่างอุตสาหกรรม มีมุมมองในเรื่องนี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกันนั่นก็คือ สตาร์ทอัพไทยมีความเก่งในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีไม่แพ้สตาร์ทอัพต่างชาติ แต่ไม่ค่อย “Well-rounded”  นั่นคือมีความสามารถเฉพาะตัวหรือเฉพาะทางที่โดดเด่น แต่ขาดความหลากหลายของทีมงานที่จะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างการเติบโตในโลกธุรกิจได้จริง

สิ่งที่ CVC กำลังมองหาในสตาร์ทอัพอาจจะมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างจาก VC นอกจาก ทีม โปรดักท์ โอกาสและมูลค่าของตลาดที่นักลงทุนมักจะใช้พิจารณาในการลงทุนกับสตาร์ทอัพแล้ว CVC ยังมองลึกลงไปในอีกสามประเด็นใหญ่ๆ คือ Diversity ความหลากหลายของความรู้ ความชำนาญและ ประสบการณ์ของทีมผู้ก่อตั้ง เพราะการลงทุนขององค์กรใหญ่คือการลงทุนเพื่อหวังขยายผลการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ไม่ใช่แค่ Exit เพื่อสร้างผลกำไรระยะสั้น ส่วนผสมที่หลากหลายลงตัวของทีมจะทำให้การนำสตาร์ทอัพเข้ามาต่อยอดกับธุรกิจองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า สองก็คือ Financial Focus ทีมงานต้องให้ความสำคัญกับเรื่องแผนงานในเชิง Financials เพราะ CVC จะมองเรื่องนี้เป็น KPI หลัก สามก็คือ Tech Trend Focus สตาร์ทอัพที่จับเรื่องที่อยู่ในกระแสของเทคโนโลยีจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษเพราะนั่นคือเกมที่ต้องแข่งกับความเร็วในมุมขององค์กรใหญ่

การจะเปลี่ยนจุดยืนจากการเป็นม้านอกสายตามาเป็นยูนิคอร์น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็คงไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินกำลัง เพราะในที่สุดความเก่งเฉพาะตัวหรือเฉพาะทางไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นใบเบิกทางให้ผ่านเข้าไปเล่นในเวทีใหญ่ได้ สิ่งที่จำเป็นที่สุดกลับกลายเป็นความสามารถในการ “ดึงดูด” คนเก่งที่มาพร้อมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่หลากหลายเข้ามาร่วมทีมเพื่อนำธุรกิจไปสู่ ”บริษัทในระยะเจริญเติบโต” ไม่ใช่แค่ย่ำอยู่กับที่กับการอยู่ในวงจร “สตาร์ทอัพอาชีพ”