วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ทำป่วนตั้งแต่ เปียงยางถึงเยรูซาเลม!

การประท้วงโดนัลด์ ทรัมป์ที่ประกาศให้ เยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงอิสราเอล ระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก เป็นจุดเปราะบางที่อาจเกิดสงครามได้อีกกรณีหนึ่ง

นอกเหนือจากความหวั่นไหวบริเวณคาบสมุทรเกาหลีที่คุกรุ่นมาหลายเดือนแล้ว

เพื่อนบ้านเราคือมาเลเซียเพิ่งประกาศว่า พร้อมจะส่งทหารไปเยรูซาเล็มเพื่อปกป้องปาเลสไตน์หากจำเป็น สะท้อนถึงความรู้สึกที่หนักหน่วงรุนแรงในประเด็นนี้อย่างยิ่ง

รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวาง อี้ ยืนยันว่า จีนสนับสนุนอธิปไตยของปาเลสไตน์ และถือว่าทางตะวันออกของเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ ตามมติสหประชาชาติหลังเหตุการณ์ปี 1967

ขณะที่สหรัฐ ประกาศว่าเยรูซาเลมทั้งหมดเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล  ซึ่งแปลว่าจีนยืนอยู่คนละข้างกับสหรัฐ ในเรื่องนี้อย่างชัดเจนเช่นกัน

ทรัมป์ทำป่วนตั้งแต่ เปียงยางถึงเยรูซาเลม!

การประท้วงรอบใหม่ปะทุขึ้นเกือบจะทั่วโลกมุสลิม โดยมีเป้าหมายตรงกันคือ ต่อต้านการตัดสินใจของทรัมป์ ที่ประกาศยอมรับนครเยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการทั้ง ๆ ที่ประธานาธิบดีสหรัฐก่อนหน้านี้หลายคน ตัดสินใจที่จะไม่ทำเช่นนั้นเพราะเป็นประเด็น “อ่อนไหว” และอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทั่วตะวันออกกลางได้

แต่ทรัมป์ไม่สนใจ ต้องการจะกระโดดเข้าข้างอิสราเอลเต็มตัว อ้างว่า “นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้”

ความรุนแรงระบาดไปทั่ว เช่นที่ เลบานอน กองกำลังรักษาความปลอดภัยใช้หัวฉีดดับเพลิงและแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงด้านนอกสถานทูตสหรัฐ ที่กรุงเบรุต

ผู้ประท้วงพยายามทำลายสิ่งกีดขวาง และเผาหุ่นจำลองทรัมป์ อีกทั้งยังเผาธงชาติสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยความเคียดแค้น

ที่ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ผู้ประท้วงหลายพันคนเดินขบวนมารวมตัวกันหน้าสถานทูตสหรัฐ ในกรุงจาการ์ตา

ไม่แต่เท่านั้น ยังมีประท้วงในจอร์แดน ตุรกี ปากีสถาน มาเลเซีย อียิปต์ และที่ฉนวนกาซ่า ของปาเลสไตน์ และเขตเวสต์แบงค์บริเวณพรมแดนอิสราเอล - ปาเลสไตน์

ที่เมืองโกเธนเบิร์กในสวีเดน ตำรวจจับสามคนที่ปาระเบิดเพลิงเข้าไปในโบสถ์ของชาวยิว ส่วนที่กรุงสต็อกโฮล์ม ได้มีการวางกำลังตำรวจคุ้มกันตามโบสถ์ยิวต่างๆ อย่างแน่นหนาเช่นกัน

ไม่น่าแปลกใจที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมากล่าวตำหนิผู้ประท้วงการตัดสินใจของทรัมป์ ว่าเป็น “พวกเสแสร้ง”

เขาอ้างผู้ประท้วงกำลังทำอะไรที่เข้าเกณฑ์ “สองมาตรฐาน” คือ ด้านหนึ่งออกมาประณามการย้ายเมืองหลวงมายังนครเยรูซาเลม แต่กลับนิ่งเฉยเมื่อมีการยิงจรวดโจมตีใส่อิสราเอล

ที่น่าสนใจคือหลังจากที่นายกฯ เนทันยาฮู พบปะกลุ่มผู้นำยุโรปในวันอาทิตย์แล้ว ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ก็ประกาศอย่างไม่เกรงใจอิสราเอลว่า ตนต่อต้านการยอมรับนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

แต่ขณะเดียวกันก็ขอประณามการโจมตีด้วยจรวดใส่อิสราเอลเพราะนั่นเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการทำลายสันติภาพ เหมือนกัน

ไม่ต้องสงสัยว่านิคกี้ เฮลลีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ต้องออกมาปกป้องการทรัมป์ เธอบอกซีเอ็นเอ็นว่าหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งของอิสราเอลต่างก็ตั้งอยู่ในนครเยรูซาเล็ม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากสหรัฐฯ จะย้ายสถานทูตไปที่นั่น

แต่สันนิบาตชาติอาหรับ เรียกประชุมฉุกเฉินที่กรุงไคโร ออกแถลงการณ์เรียกการตัดสินใจของทรัมป์ว่าเป็น “นโยบายอันตราย” ซึ่งจะทำให้สหรัฐ ถูกมองว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นกลาง

ที่สำคัญคือแถลงการณ์ระบุว่าเมื่อทรัมป์เล่นเกมนี้แล้วก็เป็นอัน “สิ้นสุดบทบาทของสหรัฐ ในฐานะคนกลาง และผู้สนับสนุนกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง”

ประธานสันนิบาตชาติอาหรับ เรียกร้องให้ทั่วโลกยอมรับปาเลสไตน์เป็นประเทศ โดยมีเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง เพื่อตอบโต้ต่อนโยบายของทรัมป์ ด้วย อีกทั้งขอให้สหประชาชาติมีมติประณามการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐ อย่างเป็นทางการ

แนวทางเดิมที่จะให้ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ “อยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ภายใต้ “2-state solution” ก็เป็นอันถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา

ทรัมป์กำลังทำให้โลกป่วนได้จริง ๆ จากคาบสมุทรเกาหลีถึงตะวันออกกลางทีเดียว!