background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

การบริหารองค์กรยุคใหม่ด้วยระบบอะมีบา (Holacracy)

การบริหารองค์กรยุคใหม่ด้วยระบบอะมีบา (Holacracy)

การบริหารองค์กรยุคใหม่ด้วยระบบอะมีบา (Holacracy)

เคยเจอปัญหานี้มั้ยครับ ที่องค์กรแบ่งแยกออกเป็นหลายสายงาน หลายฝ่าย แต่ถึงเวลาทำงานจริง มีโครงการสำคัญที่ต้องทำด้วยกัน กลับเกี่ยงกันงานกันทำ ต่างฝ่ายต่างก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง โยนกันไปโยนกันมา สุดท้ายงานก็ไม่เดินไปไหนซักที ปัจจุบันมีแนวคิดการบริหารองค์กรยุคใหม่ ที่เรียกว่าระบบ Holacracy หรือระบบ “อะมีบา” ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างน่าสนใจมาก เราไปทำความรู้จักกันครับ

การบริหารองค์กรยุคใหม่ด้วยระบบอะมีบา (Holacracy)

ก่อนอื่น ไปดูตัวอย่างองค์กรทั่วไปในปัจจุบันกันซึ่งเรียกว่าระบบ Hierachy หรือระบบสายการบังคับบัญชา ตามภาพคือลักษณะองค์กรทั่ว ๆ ไปที่แบ่งเป็นสายงานเช่น สายงานการตลาด การเงิน ปฏิบัติการ แต่ละสายงานก็แบ่งออกเป็นแผนกย่อย ๆ ซึ่งปัญหาขององค์กรลักษณะนี้คือความเป็น Silo ขององค์กร แต่ละสายก็คือแต่ละ Silo เมื่ออยู่ไปนาน ๆ แต่ละสายก็เริ่มมีลักษณะเป็นอาณาจักรของตัวเอง โดยมีหัวหน้าสายงานเป็นตัวกันชนหลักกับสายงานอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมักจะมีการทำ Job Description ที่ค่อนข้างตายตัวเลยว่าใครต้องทำอะไร และไม่ค่อยได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พอมีงานลักษณะที่เป็น Project เข้ามา ซึ่งหลายครั้งต้องใช้ความร่วมมือกันหลายสายงาน แต่เอาเข้าจริงกลับเกี่ยงงานกันไม่จบไม่สิ้น

การบริหารองค์กรยุคใหม่ด้วยระบบอะมีบา (Holacracy)

                                   ที่มา https://www.holacracy.org

มาดูที่ระบบการจัดสร้างองค์กรแบบ Holacracy กันบ้างหน้าตาคือจะไม่เป็นสายการบังคับบัญชา โดยองค์กรทั้งหมดก็คือวงกลมวงใหญ่ ขณะที่วงกลมวงเล็กแต่ละวงหมายถึงงานที่แบ่งออกเป็น Team หรือเป็น Project และจุดแต่ละจุดก็หมายถึงทีมงานแต่ละคน (Role)

บทบาท (Role)
จุดสำคัญคือทีมงาน 1 คน (Role) สามารถอยู่ในวงกลมหลาย ๆ วงได้ เช่น Finance Manager อาจจะต้องอยู่ในหลาย ๆ โครงการที่ต้องวิเคราะห์ทางการเงินมาก ๆ หรือทีมออกแบบผลิตภัณฑ์แต่ละคนก็อาจจะอยู่ในหลาย ๆ ทีมและหลาย ๆ โครงการในเวลาเดียวกัน เวลาประเมินผลงาน คนที่อาสาตัวเองอยู่ในหลายวงกลมย่อยย่อมได้ผลงานที่มากกว่า จากการที่ต้องแบกรับงานหลายโครงการ หลายบทบาท
การตัดสินใจ

ในเรื่องการตัดสินใจ หลักการคือแต่ละวงกลมย่อยต้องมีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ต้องมานั่งรอให้ผู้บริหารระดับสูงหรือ CEO มาเคาะ และนอกจากให้ตัดสินใจด้วยตัวเองแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบต่อผลงานที่เกิดขึ้นด้วย ระบบแบบนี้จะทำให้หัวหน้าแต่ละทีมมีความรู้สึกเป็นเจ้าของต่องานของตัวเองอย่างแท้จริง และผู้นำองค์กรที่ดีควรอยู่ในบทบาทโค้ชที่คอยให้คำปรึกษา แต่ไม่ใช่แทรกแซงการตัดสินใจ

การเปลี่ยนแปลง
ที่หลาย ๆ คนเรียกระบบนี้ว่าระบบ “อะมีบา” เพราะองค์กรแบบ Holacracy คือองค์กรแห่งการเปลี่ยนแปลงคล้ายอะมีบา เมื่อเวลาผ่านไปบริษัทเติบโต ก็ย่อมมีโครงการใหม่ ๆ เข้ามา โดยองค์กรสามารถสร้างวงกลมวงย่อยเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับทุกครั้งที่โครงการจบลง วงกลมวงย่อยก็จะถูกลบไป การจัดโครงสร้างแบบนี้จะทำให้ทีมงานแต่ละ Role ได้มีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สนุกกับการทำงานที่หลากหลาย

เมื่อโครงสร้างขององค์กรเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามการเกิด และการดับไปของ Team และ Project แน่นอนว่าปัญหา Silo ระหว่างฝ่ายจะน้อยลง เพราะแต่ละคนกระจายอยู่ในหลายทีม และมีการเพิ่ม/ลด ทีมใหม่ๆ ตลอดเวลา ปัญหา Dead wood หรือคนที่เช้าชามเย็นชามก็จะน้อยลง เพราะการจัดโครงสร้างองค์กรแบบนี้ทำให้ทุกคนออกจากที่ลับ มาอยู่ในที่แจ้ง และเห็นผลงานได้อย่างชัดเจนมาก

ทั้งหมดก็เป็นระบบการบริหารองค์กรในยุค 4.0 ด้วยระบบ Holacracy ซึ่งจุดแตกต่างที่สำคัญเมื่อเทียบกับระบบสายการบังคับบัญชา คือ การที่พนักงาน 1 คนสามารถมีหลายบทบาท หัวหน้าแต่ละทีมสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรได้ตลอดเวลา สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ และสุดท้ายคือช่วยลดปัญหาการเมืองในองค์กรได้ดีมาก สุดท้ายนี้ท่านใดสนใจทำงานกับองค์กรที่ใช้ระบบนี้ FINNOMENA ก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ เรากำลังเปิดรับผู้ร่วมทีมอีกหลายท่าน สามารถดูได้ที่ https://www.finnomena.com/careers/

FundTalk รายงาน