สัปดาห์นี้ต้องจับตาไปทั้งที่ปักกิ่งและคาบสมุทรเกาหลี
วันนี้วันแรกของการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งสำคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงจังหวะที่สหรัฐเปิดซ้อมรบใหญ่กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลีเช่นกัน
สองเรื่องนี้เกี่ยวกันอย่างไร?
คำตอบคือมีนักวิเคราะห์โยงให้เกี่ยวกัน เพราะบางคนเชื่อว่าคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนืออาจจะทดลองยิงขีปนาวุธในช่วงนี้เพื่อส่งสัญญาณถึงทั้งจีนและสหรัฐว่า “กูไม่กลัวมึง”!
ภาพถ่ายดาวเทียมของสหรัฐฯและเกาหลีใต้บอกว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้เคลื่อนย้ายฐานยิงจากจุดใกล้ ๆ เปียงยางอย่างคึกคัก อาจจะหมายถึงการเตรียมการเพื่อยิงขีปนาวุธรอบใหม่
หากเป็นไปตามคำขู่ โสมแดงอาจยิงขีปนาวุธ Hwasong-14 ซึ่งมีศักยภาพสูง พิสัยไกล Intercontinental Ballistic Missile (ICBM) ซึ่งสหรัฐฯจะถือว่าเป็นการยั่วยุและท้าทายที่ต้องมีการตอบโต้หรือสกัดกั้นอย่างแน่นอน
คำขู่ล่าสุดจากเปียงยางคือหากสหรัฐซ้อมรบครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ในย่านใกล้กับเกาหลีเหนือ เขาก็จะยิงจรวดใส่เกาะกวมตามที่ได้เคยประกาศเอาไว้
ทำไมจึงเป็นเกาะกวม?
เพราะเกาะกวมเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นฐานของ USS Michigan ซึ่งเป็นเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ ติดหัวรบจรวด Tomahawk ที่มีพลังทำลายสูงของอเมริกา
บัดนี้ USS Michigan ถูกส่งมาร่วมซ้อมรบที่คาบสมุทรเกาหลีแล้วพร้อมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Ronald Reagan ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพเรือที่ Yokosuka ในจังหวัด Kanagawa ของญี่ปุ่น
ไม่แต่เท่านั้น สหรัฐยังแสดงแสนยานุภาพข่มขู่เกาหลีเหนือด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดยักษ์ B-1B จากเกาะกวมมาร่วมซ้อมรบครั้งนี้อย่างเปิดเผย
ชัดเจนว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการจะบอกคิมจองอึนว่าหากการเจรจาทางการทูตไม่เกิดขึ้น หรือหากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธอีกครั้ง อเมริกาก็คงจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องใช้กำลังกับเกาหลีเหนือ
ทรัมป์พูดจาหลายประโยคที่ส่อไปในทางที่ได้สั่งการให้แม่ทัพนายกองอเมริกันเตรียมพร้อมสำหรับ “ทางเลือกทางเดียว” (only one thing) ที่เขาเคยเขียนในทวีตเตอร์ว่าจะแก้ปัญหาเกาหลีเหนือได้
ก่อนหน้านั้นสองวัน ทรัมป์กินข้าวกับนายพลมะกันหลายคน ขณะกำลังถ่ายรูปหมู่อยู่ ผู้นำสหรัฐก็เปรยขึ้นมาว่า “นี่อาจจะเป็นความสงบก่อนพายุใหญ่” (The calm before the storm)
นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าคำว่า “พายุใหญ่” ของทรัมป์อาจหมายถึงการถล่มเกาหลีเหนือ แต่เจ้าของคำพูดก็ไม่ยอมตอบคำถามว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่
อีกด้านหนึ่งคือการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะเริ่มวันนี้และอาจจะยาวไปตลอดสัปดาห์ก่อนที่จะประกาศว่าใครจะมาเป็น “7 อรหันต์” ที่จะมีอำนาจบริหารสูงสุดของประเทศในนามของโปลิทบิวโรหรือ “กรมการเมือง” ภายใต้การนำของสีจิ้นผิง
ความสำคัญของการประชุมใหญ่ของพรรคที่มีขึ้นทุก 5 ปีเพื่อตั้งระดับนำสูงสุดของประเทศอยู่ที่ว่า 5 ใน 7 ของผู้นำสูงสุดอยู่ในวัยเกษียณ แปลว่าสีจิ้นผิงจะต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อใจคนรุ่นเก่าเพื่อต่ออายุกี่คนหรือจะเลื่อนคนที่ไว้วางใจจากระดับรองลงมาขึ้นมากระชับฐานอำนาจของตนต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี
เกาหลีเหนือไม่น่าจะทำอะไรที่จะทำให้สีจิ้นผิงรู้สึกเป็นการ “ตบหน้า” พี่ใหญ่ แต่นักวิเคราะห์บางคนก็ยังเชื่อว่าคิมน้อยอาจจะต้องการ “แสดงพลัง” อะไรบางอย่างในจังหวะนี้เพื่อเรียกความสนใจระดับโลกมาที่ตัวเขาแทนที่จะเกาะติดผลการประชุมใหญ่ที่ปักกิ่ง
นี่เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์แห่งความตึงเครียดของการเมืองการทหารในเอเชียที่คลาดสายตาของเราไม่ได้เลย






