หน้าที่สื่อมวลชน กับพระราชดำรัสฯในหลวง ร. 9 (ตอน 1)

หน้าที่สื่อมวลชน กับพระราชดำรัสฯในหลวง ร. 9 (ตอน 1)

จุลสารราชดำเนิน ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 32 ประจำเดือนธันวาคม 2559 ที่เผยแพร่ในช่วงปลายปี 2559 ได้เสนอรายงานพิเศษ

เรื่อง หน้าที่สื่อมวลชน-คนหนังสือพิมพ์กับพระราชดำรัสฯ "ในหลวงฯ-ร.9" อันมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ควรนำมาเผยแพร่ให้ผู้คนได้อ่านในวงกว้าง  

จากความสูญเสียครั้งใหญ่ของคนไทยทั้งชาติ หลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 อีกมุมหนึ่งที่สื่อมวลชนควรต้องรับรู้ก็คือ เรื่องราวระหว่างพระองค์ท่านกับสื่อมวลชน ผ่านพระราชดำรัสฯ ในโอกาสต่างๆ ที่สื่อทุกแขนงสามารถนำไปใช้เป็นหลักในการทำหน้าที่สื่อมวลชนได้

เรื่องน่ารู้ต่อจากนี้ ถูกถ่ายทอดโดยคุณมานิจ สุขสมจิตร นักหนังสือพิมพ์อาวุโสจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ที่เป็นอดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์คนแรกและอดีตนายกสมาคมนักข่าวฯ ที่คนข่าวเรียกกันว่า อาจารย์มานิจ

ด้วยความที่ อ.มานิจ อยู่ในวงการหนังสือพิมพ์มาหลายสิบปี จึงทำให้จดจำเรื่องราวต่างๆ ที่ในหลวง ร. 9 ทรงมีต่อสื่อมวลชนและคนหนังสือพิมพ์ได้อย่างดี

อ.มานิจ เริ่มเล่าให้ฟังว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเข้าใจเรื่องงานของหนังสือพิมพ์เป็นอย่างดีเลย เพราะพระองค์ท่านก็ทรงคุ้นเคยงานนี้มาตั้งแต่สมัยท่านทรงเป็นพระอนุชาของรัชกาลที่ 8 เพราะหลังรัชกาลที่ 8 ทรงขึ้นครองราชย์แล้วท่านก็เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนตามที่ต่างๆ เช่น ที่เยาวราช หรือสำเพ็ง ตอนนั้นก็จะมีช่างภาพหนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ไม่ได้พูดจากับใคร แต่หากใครไปถาม ก็จะตอบแบบนอบน้อม ช่างภาพตอนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่รู้ว่าเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 9 เพราะท่านชอบการถ่ายรูป รักการถ่ายรูป รัชกาลที่ 8 เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนที่สำเพ็ง หลังจากนั้นเมื่อท่านทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แล้ว ก็ทรงเข้าใจงานของสื่อมวลชนเป็นอย่างดี เช่น การจัดงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในวัง เลี้ยงแขกต่างประเทศ ท่านก็จะทรงสนพระทัยไปดูว่า ทหารมหาดเล็กจะให้เสริมตรงไหน แล้วท่านก็ไม่ทรงลืมที่จะดูว่า ตรงจุดไหนที่จะให้ช่างภาพไปยืน เพื่อจะได้รูปที่ออกมาสวยๆ อย่างเช่น สมมติจะมีงานในวันพรุ่งนี้ พระองค์ท่านก็จะรับสั่งให้ช่างภาพยืนตรงจุดนี้ ดังนั้นก็จะเห็นได้ว่า

หน้าที่สื่อมวลชน กับพระราชดำรัสฯในหลวง ร. 9 (ตอน 1)

เมื่อพระองค์ท่านทรงขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว ก็จะทรงคล้องกล้องถ่ายรูป

อ.มานิจ เล่าให้ฟังอีกว่า นอกจากนี้แล้ว เวลาพระองค์ท่านคุยกับนักข่าว ก็จะทรงคุยถึงเรื่องความถูกต้องของข่าว เช่น วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2511 ท่านได้เสด็จฯ ภาคใต้ ซึ่งปกติแล้วเวลาท่านเสด็จฯ ไปไหน นักข่าวจะไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ท่าน ก็จะไปสัมภาษณ์บุคคลที่ท่านได้รับสั่งด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านเสด็จฯ ไปที่ทุ่งสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นักข่าวก็ไปสอบถามชาวบ้านว่า ท่านรับสั่งว่าอย่างไร ระหว่างที่นักข่าวกำลังจด ก็ปรากฏว่าได้ยินเสียงใครคนหนึ่งพูดออกมาว่า หนังสือพิมพ์ใช่ไหม นักข่าวก็สงสัยว่าใคร ก็หันไปดู ก็เห็นพระองค์ท่าน เลยบอกว่า "ใช่ พระพุทธเจ้าค่ะ" พระองค์ก็รับสั่งว่า "หนังสือพิมพ์ต้องเสนอข่าวตามความเป็นจริง มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย"  ต่อมาท่านก็ทรงย้ำอีกครั้ง โดยไปพูดในงานประชุมนักเขียนนานาชาติ ที่มาประชุมที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2507 ท่านก็มีรับสั่งว่า

"หนังสือพิมพ์ต้องเสนอข่าวตามความเป็นจริง มิฉะนั้น จะเกิดความเสียหาย"

ที่นักข่าวไปถามชาวบ้าน ที่สุราษฎร์ธานี ทุ่งสง นักข่าวคนนั้นก็เล่าว่า เขาหันไปเห็นพระเจ้าอยู่หัว เขาก็ถอดหมวก แล้วก็ใจคอไม่ดีไปหลายวัน เพราะตอนกราบบังคมทูลฯ ตอนแรก ไม่ได้ถอดหมวก เพราะไม่ได้คิดว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรง มาถาม ก็เป็นการสอนที่ทำให้เห็นว่า พระองค์ท่านทรงเริ่มสอนแล้ว ว่าหนังสือพิมพ์ต้องเสนอข่าวตามความเป็นจริง

(อ่านต่อพรุ่งนี้)