วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สังคมไร้เงินสดสไตล์คนสวีเดน

สังคมไร้เงินสด(Cashless Society)เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และเป็นอีกกลไกสำคัญของ"ประเทศไทย4.0"

ตัวอย่างที่ดีและทั่วโลกให้การยอมรับหนีไม่พ้นสวีเดนที่โดดเด่นเรื่องของระบบชำระเงินและประชากรเกือบร้อยละร้อยสามารถเข้าถึงและอยู่ในระบบธนาคาร  แต่เมื่อลองจินตนาการถึงสังคมไร้เงินสดที่พูดๆกัน เราอาจนึกถึงภาพของผู้คนที่ใช้โทรศัพพ์มือถือชำระเงิน(Mobile Payment)กันอย่างแพร่หลายเหมือนในประเทศจีน แต่ในสวีเดนกลับแต่งต่างออกไป

จากงาน'Digital Financial Inclusion'ที่กสทช.เป็นเจ้าภาพจัดงาน 'ร.ศ.นิคลัส อาร์วิดสัน(Niklas Arvidsson)'จากKTH Royal Institute of technologyจากสวีเดนบรรยายในหัวข้อ"โอกาสและความท้าทายในสังคมไร้เงินสด(opportunities and challenges in cashless society)" โดยนำเสนอผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบการร้านค้าจำนวน1พันตัวอย่าง พบว่าคนสวีเดนนิยมใช้บัตรเดบิตเกือบ49เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่สะดวก เมื่อชำระเงินก็ตัดยอดไปจากบัญชีเงินฝากที่มีได้เลย ค่อนข้างสวนทางกับการใช้งานบัตรเดบิตที่ยังใช้น้อยและนิยมใช้บัตรเครดิตมากกว่า

อันดับที่สองคือการชำระด้วยเงินสดคิดเป็น18.5เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมีความเห็นว่าการเข้าถึงเงินสดเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษ์(Human Right) แม้ว่าแนวโน้มปริมาณและการใช้เงินสดจะลดลงอย่างต่อเนื่องในสวีเดนแต่ก็ประชาชนยังมองว่าเงินสดนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไปดูตัวเลขการชำเงินเงินด้วยมือถือ ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างใช้เพียง0.4เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก และน่าจะพอสรุปเบื้องต้นได้ว่า สังคมไร้เงินสดแบบสวีเดนเป็นไร้เงินสดแบบการใช้'การ์ด'ซึ่งเป็นช่องทางที่ทรงพลัง(Dominant System)มากกว่าการใช้'แอพ'

นอกจากนี้ยังมีอีกคำถามที่คำตอบน่าสนใจมาก เป็นการสอบถามการรับรู้ของคนสวีเดนกับการเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสดของประเทศตนเอง โดยกลุ่มตัวอย่างเพียง2เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มองว่าตอนนี้สวีเดนเป็นสังคมไร้เงินสดเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่น่าตกใจคือ มีกลุ่มตัวอย่างถึง39เปอร์เซ็นต์ที่มองว่า'ไม่มีทาง(Never)'ที่ประเทศของตนจะเป็นสังคมไร้เงินสด ถัดมามองว่าจะเป็นใน10ปี คิดเป็นสัดส่วน23เปอร์เซ็นต์ เป็นใน20ปีคิดเป็นสัดส่วน 22เปอร์เซ็นต์ เป็นใน30ปีคิดเป็นสัดส่วน6เปอร์เซ็นต์ และคิดว่าจะเป็นสังคมไร้เงินสดใน40ปีในสัดส่วน3เปอร์เซ็นต์ น่าทึ่งนะครับ คนอื่นมองจากข้างนอกเมื่อเปรียบเทียบกับคนในประเทศประเมินกันเองกลับกลายเป็นคนละเรื่อง

สิ่งที่ทุกส่วนเห็นพ้องกันคือแนวโน้มการใช้เงินสดคงลดลงเรื่อยๆและคาดว่าบรรดาร้านค้าครึ่งประเทศจะงดรับเงินสดสำหรับการชำระสินค้าภายในปี2025นี้  อย่างไรก็ดี'นิคลัส'ยังชูประเด็นที่เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับการเปลี่ยนไปสู่สังคมไร้เงินสด นั่นคือ 1. การสร้างความไว้วางใจของผู้ใช้งานที่มีต่อระบบการชำระเงินรูปแบบต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีใหม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของทุกประเทศครับ เพราะว่าถ้าคนไม่มั่นใจว่าเงินทุกบาทของเขาจะปลอดภัย ก็อาจหลีกเลี่ยงการใช้งาน

2. แผนฉุกเฉิน(Emergency Plan)ซึ่งทุกประเทศต้องเตรียมตัวไว้เสมอในวันที่พึ่งพาเงินอิเลคทรอนิคส์(e-Money)แบบเต็มขั้น หากเกิดเหตุขัดข้องกับระบบ จะใช้สิ่งใดหรือกระบวนการใดเป็นสื่อกลางสำคัญในการทำธุรกรรม

และ3. คือการผนวกรวมช่องทางทางการเงินเข้าไว้ด้วยกัน(Financial Inclusion) เนื่องจากทั้งธนาคารและธุรกิจอื่นอย่างโทรคมนาคมต่างก็กระโดดมาเล่นระบบการชำระเงินทั้งสิ้น ซึ่งต้องทำให้มั่นใจว่าระบบต่างๆเชื่อมโยงกันและไม่ได้มีมากจนเกินความจำเป็น มองสวีเดินแล้วมองบ้านเราแบบนี้ ก็พอจะเห็นแนวทางครับว่า เราควรจะ'ไร้เงินสด(Cashless)'แบบไหนดี