นี่ย่อมมิใช่แค่ สงครามน้ำลาย

นี่ย่อมมิใช่แค่ สงครามน้ำลาย

ขณะที่ระดับความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯเพิ่มขึ้นตามลำดับ

เปียงยางก็ออกข่าวว่าบัดนี้กองทัพโสมแดงมีทหารอาสาสมัครทั้งหมด 3.5 ล้านคนแล้ว

เท่ากับเป็นการข่มขู่มะกันว่าอย่าได้ประเมินกำลังสู้รบของเกาหลีเหนือต่ำเป็นอันขาด

ขณะที่ภาษาดุดันของทรัมป์ก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่ประการใด

อย่างนี้ภาษาการทูตการทหารเรียก brinkmanship

ซึ่งหมายถึงการที่คู่กรณีเล่นเกมเสี่ยงมากด้วยการทิ้งไพ่ของตนออกมาจนเหมือนจะเก็บใบสุดท้ายเอาไว้เท่านั้นโดยคาดหวังว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมถอยในนาทีสุดท้าย

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการใช้วิธีการขู่ฝ่ายตรงกันข้ามอย่างสุด ๆ เหมือนยืนอยู่บนขอบเหว พลาดนิดเดียวก็ร่วงหล่นลงไปยังหุบเขาข้างล่าง

วันก่อน สีจิ้นผิงของจีนยกหูโทรศัพท์คุยกับโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเรื่องเกาหลีเหนือ

ผู้นำจีนร้อนใจที่ทรัมป์พูดจาก้าวร้าวดุดันไม่แพ้คิมจองอึน ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นเด็กเกเรสองคนทะเลาะกัน คนอื่นก็เดือดร้อนกันไปหมด

สีจิ้นผิงบอกทรัมป์ให้หลีกเลี่ยง “ถ้อยคำและการกระทำ” ที่จะเพิ่มความตึงเครียดระหว่างกันเสีย หันมาหาทางเจรจาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ

ผู้นำจีนบอกว่าปักกิ่งพร้อมที่จะร่วมมือกับวอชิงตันในการหาทางออกจากปัญหาที่กำลังทำให้ทั้งโลกหวั่นไหว

ข่าวไม่ได้บอกว่าทรัมป์ตอบสีจิ้นผิงว่าอย่างไร แต่ไม่ควรจะแปลกใจหากทรัมป์ยังยืนยันว่าจีนจะต้องกดดันเกาหลีเหนือเพิ่มเพราะเปียงยางยังไม่มีทีท่าจะยอมถอยแม้ว่าคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติจะมีมติ 15-0 ให้เพิ่มมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือแล้วก็ตาม

ยิ่งวันทรัมป์ก็ยิ่งใช้วาทกรรมที่ดุดันมากขึ้น เริ่มจาก fire and fury (ไฟและความเกรี้ยวกราด) ตามมาด้วย locked and loaded ซึ่งเท่ากับเป็นการยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯพร้อมรบแล้ว ปืนผาหน้าไม้ก็บรรจุกระสุนเต็มอัตราศึกขึ้นไกเตรียมที่จะยิงได้

ขณะเดียวกันเกาหลีเหนือก็ตอบโต้ด้วยภาษาที่เกรี้ยวกราดไม่ได้แพ้กัน เช่นยืนยันว่าตราบเท่าที่สหรัฐฯยังคุกคามเขา เปียงยางก็พร้อมจะเปิดศึกสงคราม ถึงขั้นที่ประกาศว่าจะยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 4 ลูกลงไปใกล้ ๆ กับเกาะกวมของสหรัฐฯ

พอคิมน้อยประกาศอย่างนั้น ทรัมป์ก็อดรนทนไม่ได้ บอกว่าถ้าเปียงยางยังเดินหน้าข่มขู่คุกคามสหรัฐฯและพันธมิตร ก็ขอให้รับรู้ว่าอเมริกาก็พร้อมจะใช้สูตรทางทหารเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือชนิดที่จะไม่เคยเห็นมาก่อน

ข้อความในทวิตเตอร์ของทรัมป์สร้างความกังวลไปทั่วโลก แม้นายกฯเยอรมันเองเกล่า มาเคิลยังต้องออกมาบอกว่า

ดิฉันถือว่าการใช้วาทกรรมที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นคำตอบที่ผิดพลาด

แต่เมื่อนักข่าวถามทรัมป์ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อปฏิกิริยาจากพันธมิตรเช่นนี้ เขากลับตอบว่า

“ผมหวังว่าพวกเขา (คงหมายถึงเกาหลีเหนือ) ควรจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงผลที่จะตามมาจากคำพูดของผม ผมพูดอะไรก็หมายความว่าอย่างนั้น คำพูดของผมเหล่านั้นเข้าใจได้ง่ายมาก ๆ เลย”

ว่าแล้วทรัมป์ก็เพิ่มความดุดันต่อด้วยการบอกว่า

“ไอ้หมอนี่ทำอะไรอย่านึกว่าจะรอดไปได้ ถ้าเขาออกปากข่มขู่อีก หรือทำอะไรเกี่ยวกับเกาะกวมหรือที่อื่นใดในดินแดนอเมริกาหรือพันธมิตรของเรา เขาจะต้องเจอกับสิ่งที่เขาต้องเสียใจอย่างรวดเร็ว....”

ท่ามกลางเสียงก่นด่ากันและกัน ไม่มีช่องทางการเจรจาทางการทูตที่ไม่เปิดเผยหรือกระนั้นหรือ?

พรุ่งนี้จะว่าต่อเรื่องที่ร้อนแรงที่สุดในยามนี้