วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

บทสนทนากับ “แจ็ค หม่า” ที่สำนักงานใหญ่หางโจว

ผมจับเข่าคุยกับแจ็ค หม่าในห้องทำงานของเขาที่ศูนย์บัญชาการของ Alibaba Group ที่เมืองหางโจวเมื่อวันก่อนอย่างที่เห็นในภาพนี้ถามไถ่กันหลายเรื่อง

ใครได้อ่านรายละเอียดบางตอนของประเด็นนี้คงเห็นว่าเขาเอาจริง จะยกทีมบริหารระดับสูง (รวมถึง CEO ที่ชื่อดาเนียล จาง) มาไทยก่อนสิ้นปีนี้เพื่อหาทาง “ยกระดับความเป็นหุ้นส่วน” ในการใช้ platforms ดิจิทัลต่าง ๆ ของเครือข่ายอาลีบาบาเพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทยสามารถเจาะตลาดจีนที่มีชนชั้นกลางที่มีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้นทุกปีหลายร้อยล้านคน

 

แต่ขณะเดียวกันการไหลเทของสินค้าย่อมเกิดขึ้นทั้งสองทาง จนมีคนกลัวว่าสินค้าจีนต่างหากที่จะไหลออกมาข้างนอกผ่านบริการซื้อขายและจ่ายเงินรวมไปถึงระบบส่งของของเครือข่ายอาลีบาบาจนท่วมประเทศต่าง ๆ จนทำให้เกิดความเสียเปรียบด้านการค้าขาย

 

แจ็ค หม่า พยายามจะอธิบายว่าเป้าหมายหลักของเขาคือการช่วยให้ SMEs ของประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทยที่จะเข้าหาตลาดจีนให้คล่องแคล่วว่องไว เขาไม่ได้มุ่งจะขายสินค้าจีนไปต่างประเทศ

 

“เราไม่ใช่คู่แข่งของบริษัท e-commerce กลางและเล็กในประเทศอื่น เราไม่ได้ต้องการจะทำลายพวกเขาอย่างที่กลัวกัน ตรงกันข้ามหากมีวิธีใดที่เราจะช่วยส่งเสริมให้พวกเขาสามารถเจาะตลาดจีนได้ เราก็จะยินดีร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเราไม่ได้สนใจในตลาดของประเทศนั้น ๆ” ผู้ก่อตั้งอาลีบาบาบอกผม

 

ความจริงย่อมจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ ดังนั้นเมื่อเขายกทีมมาเมืองไทยพร้อมกับผู้บริหารด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซื้อ, ขาย, การจ่ายเงินผ่านมือถือ, การเงินและการท่องเที่ยว ฝ่ายไทยเราไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือภาคเอกชนจะต้องรวมตัวกันให้เหนียวแน่นเพื่อต่อรองให้ได้เงื่อนไขที่เป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับคนไทย

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันผ่านมือถือกำลังเป็นแนวโน้มที่เรามิอาจจะต้านได้ ทางเดียวคือการที่เราจะต้องเรียนรู้ฝึกปรือและสร้างความรู้เท่าทันอย่างไม่รีรอ เรียนรู้และต่อยอดกิจกรรมด้านนี้ให้ได้อย่างทันท่วงที

 

แจ็ค หม่าบอกว่าเขาต้องการจะทำให้ประเทศจีนทั้งหมดเป็น “สังคมไร้เงินสด” หรือ cashless society ภายในห้าปี

 

จากที่ผมสังเกตคนจีนในช่วงสัปดาห์ที่อยู่หางโจวและเมืองใกล้เคียง และจากที่สนทนากับเพื่อนคนจีนที่นั่น ผมเชื่อว่าเป้าหมายนี้จะบรรลุได้ก่อนห้าปีด้วยซ้ำเพราะแม้ทุกวันนี้เขาก็ใช้มือถือในการใช้จ่ายกันอย่างกว้างขวางแล้ว

 

นอกจากจ่ายเงินสำหรับการซื้อขายข้าวของผ่าน apps ในมือถือแล้ว (แข่งกันสองเจ้าใหญ่คือ Alibaba กับ WeChat) คนจีนไม่น้อยก็ยังสามารถจะฝากเงิน, ถอนเงิน, และกู้เงินผ่านมือถือได้อย่างสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย

 

เจ้าหน้าที่ Ant Finance ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของแจ็ค หม่าบอกผมว่าเขาสามารถจะพิจารณาอนุมัติให้เงินกู้สำหรับลูกค้าได้ภายใน 3 นาที

 

เหตุที่ทำได้เช่นนั้นเพราะเขามี big data หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการใช้จ่ายซื้อข้าวของอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมี profile ว่าด้วยเครดิตของแต่ละคนมากพอที่จะตัดสินได้ว่าจะให้กู้หรือไม่ และให้กู้เท่าไหร่

 

นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ที่กำลังจะกระแทกและเขย่าโครงสร้างธุรกิจมากมายหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีก, การจ่ายเงิน, การส่งสินค้ารวมไปถึงกิจกรรมของธนาคารพาณิชย์อย่างปฏิเสธไม่ได้

 

ไม่ต้องรอให้แจ็ค หม่ายกทีมใหญ่มาเยือนไทยก่อนสิ้นปี ไทยเราก็ควรจะต้องรู้ว่าเราจะคุยอะไรกับเขาแล้วครับ