เส้นทางหนีตายของคนเกาหลีเหนือ ผ่านไทยเสมอ!

เส้นทางหนีตายของคนเกาหลีเหนือ ที่ผ่านไทยเพื่อกลับไปเกาหลีใต้ กำลังจะถูกปิดโดยรัฐบาลเปียงยางและปักกิ่ง
นี่คือข่าวล่าสุดจากแหล่งข่าววงในที่หนังสือพิมพ์ Financial Times ของอังกฤษเพิ่งรายงานขณะที่ความตึงเครียด เพิ่มระดับขึ้นตลอดเวลาในคาบสมุทรเกาหลี
และเป็นช่วงเดียวกับที่นักศึกษามะกันวัย 22 ที่ชื่อออตโต วามเบียร์ เสียชีวิตหลังจากติดคุก 17 เดือนในเปียงยาง...และหลังจากโสมแดงส่งตัวกลับสหรัฐฯได้เพียง 6 วัน!
เดิมเส้นทางหนีจากเกาหลีเหนือส่วนใหญ่หลบเข้าจีนก่อน แล้วค่อย ๆ มุ่งสู่ยูนนานทางใต้ก่อนจะเล็ดลอดเข้าไปพม่าหรือ สปป. ลาว แล้วลงมาที่ประเทศไทย
จากไทยผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือก็จะขอให้ส่งตัวไปเกาหลีใต้
เป็นการหลบหนีที่วกวน เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่ประเทศไทยก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรแห่งการ “หนีตายเพื่ออิสรภาพ”
ตัวเลขทางการบอกว่าตั้งแต่สงครามเกาหลีสิ้นสุดลง คนเกาหลีเหนือกว่า 30,000 คนได้หลบหนีออกนอกประเทศ
ทุกวันนี้ก็ยังมีกว่า 1,500 คนที่หลบลี้ออกมาเพื่อใช้ชีวิตที่พวกเขาต้องการ มากกว่าจะยอมทนอยู่ใต้ระบอบเผด็จการของตระกูลคิม
แต่ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา รัฐบาลเกาหลีเหนือและจีนได้ร่วมมือกัน ยกระดับการลาดตระเวนตรงชายแดนเข้มข้นขึ้น ทำให้การหลบหนียากกว่าเดิม และรัฐบาลปักกิ่งก็ไม่มีมาตรการ “มนุษยชน” เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด
เส้นทางหนีตายนี้ได้รับการขนานนามว่า Underground Railroad หรือ “เส้นทางรถไฟใต้ดิน” เลียนแบบทาสทางใต้ของอเมริกายุคศตวรรษที่ 19 ที่ใช้เครือข่ายหลบลี้หนีตายไปสู่อิสรภาพ
หนึ่งของเหตุผลที่ทำให้ปักกิ่งเพิ่มมาตรการการ ควบคุมชายแดนกับเกาหลีเหนือ อาจจะเป็นเพราะจีนมีปัญหาขัดแย้งกับรัฐบาลเกาหลีใต้ ว่าด้วยการที่รัฐบาลกรุงโซลยอมให้สหรัฐ มาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธที่จีนเห็นว่าไม่ปลอดภัยสำหรับตนเอง
จีนจงใจลงโทษเกาหลีใต้ด้วยการห้ามนักท่องเที่ยวไปเกาหลีใต้ และขับไล่นักบวชคาทอลิกเกาหลีใต้ ที่ไปช่วยคนเกาหลีเหนือที่หนีเข้ามาทางจังหวัดตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
ว่ากันว่าคนเกาหลีเหนือที่หลบภัยอยู่ในจีนมีอยู่ประมาณ 200,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และเพราะไม่มีเอกสารการพำนักอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงมักจะบังคับให้เป็นโสเภณีหรือ “ขาย” ให้กับผู้ชายจีน
ชาวเกาหลีเหนือเหล่านี้อยู่ในจีนด้วยความหวาดกลัวตลอดเวลา วันไหนที่มีเสียงเคาะประตูจากเจ้าหน้าที่จีน ก็หมายถึงความยุ่งยากของชีวิต อาจถูกจับส่งกลับเมื่อไหร่ก็ได้ นั่นย่อมหมายถึงชะตากรรมที่ไม่อาจจะทำนายได้
สำหรับรัฐบาลจีนแล้ว คำว่า “ผู้ลี้ภัย” ไม่มี มีแต่ “ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย”
สองคำนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะหากเป็น “ผู้ลี้ภัย” จะได้รับความช่วยเหลือและคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ
หากเป็น “ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย” นั่นย่อมหมายถึงการถูกจับกุมลงโทษหรือส่งกลับไปเกาหลีเหนือ
แปลว่าความทุกข์ทรมานและความตายรออยู่ที่นั่น
ข่าวคราวจากเกาหลีเหนือยิ่งวันยิ่งมีแต่เรื่องเลวร้าย... ล้วนมีผลกระทบต่อไทยไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมทั้งสิ้น







