ในแวดวงการต่อรองทางการทูตระหว่างประเทศนั้น หากฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการหาทางลงจากการเผชิญหน้า
แต่ต้องแสดงท่าทีพร้อมจะเจรจาทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องการจะต่อรองด้วย ก็จะมี “ข้อเสนอที่คุณต้องปฏิเสธ” หรือ An offer you must refuse
กรณีเงื่อนไข 13 ข้อจากซาอุฯ และอีกสามประเทศที่ก่อนหน้านี้ ได้ตัดสัมพันธ์ทางการทูตและ “ปิดล้อม” ทางเศรษฐกิจกับการเมืองกับเพื่อนบ้านกาตาร์ก็เป็นไปทำนองนั้น
โดยเฉพาะประเด็นที่ให้กาตาร์ต้องปิดสำนักข่าวอัลจาซีร่า
ผู้บริหารของสถานีทีวีอันมีชื่อเสียงแห่งนี้บอกว่า “เงื่อนไขอย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับถ้าหากเยอรมันมีความขัดแย้งกับอังกฤษ และยื่นหนึ่งในเงื่อนไขคืออังกฤษต้องปิดบีบีซีนั่นแหละ”
เงื่อนไขอื่น ๆ ก็ “โหด” ไม่น้อยไปกว่าข้อนี้เพราะเท่ากับเป็นการมัดมือมัดเท้าชองกาตาร์ในทุก ๆ ทาง
ซาอุฯและอียิปต์ก็คงจะรู้ว่าอย่างไรเสียกาตาร์ก็คงไม่อาจรับข้อเสนอชุดนี้ได้ ยิ่งบอกว่าให้เวลา 10 วันในการตัดสินใจ ถ้าผ่านเส้นตายนี้ก็ให้ถือว่าเป็นโมฆะไป
กาตาร์ไม่รีรอที่จะบอกปัดเงื่อนไขทั้งหมด บอกว่าไม่สมเหตุสมผลและเป็นความพยายามจะละเมิดอธิปไตยของเขา
ข้อเสนอทั้ง 13 ข้อนี้แรกเริ่มเป็น “ความลับ” เพราะกาวใจคือคูเวตพยายามจะเดินสายให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสได้พูดจาต่อรองกัน แต่เงื่อนไขดุ ๆ ทั้งชุดนี้เกิด “รั่ว” ออกมาเสียก่อน ทำให้ผู้เสนอโกรธเคืองไม่น้อย ประกาศว่าทุกอย่างกลับไปสู่ภาวะความตึงเครียดเหมือนเดิมอีกแล้ว!
ข้อเสนอนี้มาจาก 4 ประเทศจาก 6 ประเทศที่ประกาศยุติการคบหากับกาต้าร์นั่นคือซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์
1. กาตาร์ต้องลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ปิดสถานทูตอิหร่านในกาตาร์ และขับไล่สมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านออกจากประเทศ อีกทั้งยังต้องจำกัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน รวมทั้งตัดความร่วมมือด้านการทหารกับอิหร่าน
2. กาตาร์ต้องปิดฐานทัพของตุรกีในประเทศ ยุติความร่วมมือด้านการทหารกับตุรกี
3. กาตาร์ต้องประกาศตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงกลุ่มภราดรภาพมุสลิม, กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส), อัล กออิดะห์, และฮิสบอลเลาะห์ และต้องระบุว่าองค์กรเหล่านี้เป็นกลุ่มก่อการร้าย และใส่ลงในรายชื่อที่มีการประกาศโดยชาติอาหรับทั้งสี่
4. ให้ยุติการให้การสนับสนุนด้านการเงินต่อกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงกลุ่มที่ชาติอาหรับทั้ง 4 ที่สหรัฐฯกับองค์การระหว่างประเทศประกาศว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย
5. ต้องส่งมอบตัวผู้ก่อการร้ายทั้งหมดที่เป็นที่ต้องการของชาติอาหรับทั้ง 4 สหรัฐ และองค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งอายัดทรัพย์สิน กาตาร์ต้องรับปากจะไม่ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มก่อการร้ายอื่นๆในอนาคต และต้องแจ้งข้อมูลความเคลื่อนไหว, สถานที่อยู่ และข้อมูลด้านการเงินแก่ชาติอาหรับทั้ง 4 สหรัฐ และองค์การระหว่างประเทศ
6. กาตาร์ต้องปิดสำนักข่าวอัลจาซีร่า และช่องข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
7. ต้องยุติการแทรกแซงกิจการภายใน และภายนอกของชาติอาหรับทั้ง 4 และต้องตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในชาติอาหรับทั้ง 4 รวมทั้งให้รายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือในอดีตระหว่างกาตาร์และกลุ่มเหล่านี้
8. กาตาร์ต้องจ่ายเงินชดใช้ความเสียหายและค่าเสียโอกาสต่อชาติอาหรับทั้ง 4 ที่สืบเนื่องจากนโยบายของกาตาร์
9. ต้องปรับนโยบายในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ และรับประกันความมั่นคงของชาติอาหรับ รวมทั้งปฏิบัติตามข้อตกลงริยาดห์ในปี 2556-57
10. กาตาร์ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในชาติอาหรับทั้งสี่รวมทั้งให้ความช่วยเหลืออย่างไรต่อกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย
11. ต้องปิดสื่อทั้งหมดที่กาตาร์ให้การสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม
12. ข้อเรียกร้องเหล่านี้ต้องได้รับการปฏิบัติตามภายในเวลา 10 วัน นับตั้งแต่ที่มีการแจ้ง มิฉะนั้นจะถือเป็นโมฆะ
13. ข้อตกลงนี้ รวมถึงการที่กาตาร์ต้องมีเป้าหมาย และกลไกที่ชัดเจน โดยต้องทำรายงานทุกเดือนในช่วงปีแรก และทุกๆ 3 เดือนในปีถัดไป และหลังจากนั้น ต้องทำปีละครั้งเป็นเวลา 10 ปี
อ่านแค่สองสามข้อแรก กาตาร์ก็คงจะรู้ว่าจะต้องตอบอย่างไร
เมื่อตุรกีและอีหร่านกระโดดเข้าข้างกาต้าร์ และโดนัล ทรัมป์เอียงไปทางซาอุฯ ก็ต้องรอดูว่ารัสเซียกับจีนจะเล่นเกมนี้อย่างไร
ที่แน่ ๆ ก็คือกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งล่สุด เป็นการตอกย้ำถึงสัจธรรมใหม่ที่ว่า ขั้วอำนาจของโลกได้ปรับเปลี่ยนไปอย่างแน่ชัดแล้ว!






