ปัญหาในระบบสาธารณสุขหลายอย่าง ของประเทศไทยเกิดจากหลายสาเหตุ
ที่ประเทศอื่นไม่มีหรือมีไม่มาก เช่นอุบัติเหตุบาดเจ็บล้มตาย จากการขับขี่ยานพาหนะที่สูงมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแพทย์ฉุกเฉิน เกิดการขาดแคลนหมอพยาบาล เกิดบุคลากรแพทย์และสาธารณะสุขทำงานหนักเกินคนทำงานทั่วไป เกิดช่องทางการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกัน เกิดการทุจริตเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ขัดต่อกฎหมาย เกิดการทำสำนวนคดีอุบัติเหตุรถยนต์ให้อ่อนเพื่อช่วยผู้กระทำผิดฐานประมาท และอีกมากมายหลายอย่างที่เรียกว่า trickled down หรือผลกระทบที่ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่
ในที่สุดก็หนีไม่พ้นการใช้งบประมาณมหาศาลทุ่มลงไปๆๆๆ
ทำไมบุคคลากรทางการแพทย์ของไทยถึงทำงานหนักกว่าประเทศอื่น
บ้านเรามีอะไรหลายอย่างที่ต่างกับที่อื่น ที่ทำให้ภาระงานแพทย์พยาบาลไทย หนักมากกว่าหลายประเทศที่พัฒนาในระดับที่ใกล้เคียงกัน อัตราการบาดเจ็บเสียชีวิตของคนไทยในหลายๆด้านสูงมากกว่าประเทศอื่น เช่นอุบัติเหตุรถยนต์และจักรยานยนต์ที่สูงเป็นที่ 2 ของโลก อัตราการทำแท้งจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรก็สูงมากเช่นเดียวกัน ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ส่งเสริมให้คนเข้าโรงพยาบาลเกินความจำเป็น แม้ป่วยไข้ไม่มาก เพราะทุกอย่างฟรีหมด สัดส่วนระหว่างบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขกับประชาชนจึงเปรียบเทียบกับประเทศอื่นตรงๆไม่ได้ และบุคลากรโรงพยาบาลรัฐต้องรองรับและให้บริการมากกว่าประเทศอื่นเชิงเปรียบเทียบ
ตราบใดที่ปัญหาเหล่านี้ยังแก้ไม่ตก จำนวนคนไข้ก็คงไม่ลด และงานรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐก็คงไม่ลดลงเช่นกัน
ในสภาวะที่สับสนระหว่างความเป็นกับความตายของผู้ป่วย มันเหมือนสงครามต่อสู้ระหว่างสองฝ่าย ถ้าชนะ ก็รอด ถ้าแพ้ ก็ตาย ในสนามรบ
บ่อยครั้งไม่อาจประเมินสถานการณ์ได้แน่นอน แพทย์พยาบาลก็เหมือนนักรบที่ต้องเข้าต่อสู้กับมัจจุราชเพื่อยืดชีวิตคนไข้ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ให้ผู้ป่วยพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช ซึ่งบางครั้งก็ชนะ บางครั้งก็แพ้
นอกเหนือจากความรู้ความสามารถของนักรบในเสื้อกาวน์แล้ว อาวุธสำคัญก็คือหยูกยาเวชภัณฑ์เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ถือเป็นอาวุธที่นักรบในเสื้อกาวน์ต้องเตรียมพร้อม ในขณะที่ใช้สมองและสติปัญญาเป็นเสนาธิการในตัวเอง หาทางเอาชนะศัตรูให้ได้
ยิ่งนักรบมีความรู้ความชำนาญเท่าไร โอกาสที่เอาชนะศัตรูก็มีมากเท่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งที่พ่ายแพ้ อันเนื่องมาจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่พอเพียง ไม่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ไม่มีกองกำลังเสริม สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ขาดขวัญกำลังใจ และอีกหลายๆอย่างที่ทำให้นักรบในเสื้อกาวน์ต้องพบกับความพ่ายแพ้
ก็ขนาดนักรบในเสื้อกาวน์ที่มากด้วยประสบการณ์ยังอาจพ่ายแพ้ได้ นับประสาอะไรกับนักรบหน้าใหม่ เพิ่งจบจากสถาบันทางการแพทย์พยาบาล แต่ใจถึงอยากทุ่มเทให้กับการรักษาพยาบาลผู้ป่วย เอาชนะมัจจุราช แต่ความอ่อนด้อยและขาดประสบการณ์บางครั้งก็ทำให้ติดกับดัก เหมือนคนที่ว่ายน้ำไม่แข็ง พยายามลงไปช่วยคนที่กำลังจะจมน้ำ ในที่สุดก็ตัวเองนั่นแหล่ะ ที่เป็นฝ่ายจมน้ำเสียเอง
นักรบในเสื้อกาวน์ไม่ใช่น้อยได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ในสนามยื้อชีวิตคนไข้ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย ถึงเสียชีวิต ทั้งโดยตรงจากการรักษาพยาบาล ทั้งโดยอ้อมจากการทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ ขาดการพักผ่อนอย่างพอเพียง เพื่อช่วยผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตดังเดิม และก็มีไม่น้อยที่ต้องเสียกำลังใจเพียงเพราะผู้ป่วยก็ไม่เข้าใจวิธีการรักษาพยาบาลและข้อจำกัดในบางสภาวะ ถึงขนาดเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องดำเนินคดีเอานักรบในเสื้อกาวน์เข้าคุมขัง เพียงเพราะเชื่อว่านักรบนั้นประมาทเลินเล่อในการรักษาพยาบาลจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายกับผู้ป่วย
นักรบรุ่นเก่า มากประสบการณ์ เมื่อผ่านพ้นระยะหนึ่งไปแล้วก็จะไม่ค่อยลงสนามรบ แต่ให้นักรบรุ่นใหม่ลงสนาม ส่วนนักรบรุ่นเก่าก็พักผ่อนใช้ชีวิตในบั้นปลายตามรูปแบบที่แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ในขณะที่นักรบรุ่นใหม่จะต้องลงสนามรบทุกวัน วันละหลายชั่วโมงต่อเนื่องกัน จนบางครั้งก็ลืมไปว่าร่างกายนั้น ไม่อาจทานทนได้ตลอดไป
อาจจะดูว่าเปรียบเทียบแพทย์พยาบาลเป็นนักรบนั้น เกินไปหรือเปล่า แต่ถ้ามองไปรอบๆ จะพบว่าถ้าทหาร ตำรวจ ที่ทำหน้าที่ตามภารกิจคือการต่อสู้กับข้าศึกศัตรูเพื่อให้ประชาชนอยู่รอดปลอดภัยคือนักรบ การต่อสู้ของแพทย์พยาบาลเพื่อความอยู่รอดของผู้ป่วยก็ถือเป็นนักรบเช่นกัน
เพียงแต่อาวุธที่ใช้ ไม่ใช่ปืน มีด ระเบิด เหมือนทหาร ตำรวจ มีแค่หยูกยาและเข็มฉีดยาเป็นอาวุธประจำตัว และสนามรบก็อยู่ในห้องแคบๆเท่านั้น
และคู่ต่อสู้ในสนามรบก็ไม่ใช่ผู้ป่วย แต่เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดกับผู้ป่วย
ฉะนั้น ถ้าผู้ป่วยและแพทย์พยาบาลจะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอาแพ้เอาชนะเป็นคดีความ ถึงติดคุกติดตาราง หรือฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายสูงลิบเป็น 10-20 ล้านบาท ที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับจะเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ตกเป็นผู้ล้มละลาย
แต่ต้องหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน
เพราะถ้าไม่มีแพทย์ผู้ให้การรักษา ผู้ป่วยก็คงนอนรอความตายที่บ้านอย่างเดียว

