วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธรรมาภิบาลท้าทายอย่างไร : พุธนี้ต้องไปฟัง

ยุคสมัยนี้ธรรมาภิบาลเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่ทุกคนพูดถึงเพราะอยากให้ประเทศมี ธรรมาภิบาลที่ดี

 ทั้งในภาครัฐและเอกชน ล่าสุดก็นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับธรรมาภิบาลภาครัฐ โดยมุ่งไปที่รัฐบาลสมัยหน้า เรื่องนี้เป็นที่ยอมรับว่า ธรรมาภิบาลภาครัฐ ทั้งในส่วนของผู้ที่เข้ามาในภาคการเมือง และระบบราชการของประเทศเรามีปัญหามาก เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข แต่ที่ผ่านมาความก้าวหน้าดูจะมีน้อยมาก เปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจ ดูจะมีการพัฒนาเป็นกอบเป็นกำกว่า มีการขับเคลื่อนและพัฒนาในทางที่ดีต่อเนื่อง 

ล่าสุดก็จาก  หนึ่ง ข้อมูลสถาบันไอโอดีที่ประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน ตั้งแต่ปี 2001 ชี้ว่า การกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทยมีแนวโน้มดีขึ้นตลอด คะแนนประเมินรวมเพิ่มจาก 50 ส่วนร้อยปี 2001 เป็น 78 ส่วนร้อยปีที่แล้ว และเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนอื่นๆ คะแนนของบริษัทจดทะเบียนไทยก็อยู่ในระดับแนวหน้า

สอง จำนวนกรรมการบริษัทที่เข้ามาหาความรู้เรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาพัฒนาในหลักสูตรกรรมการของสถาบันไอโอดีก็เพิ่มสูงขึ้นมากช่วงสองสามปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรรมการจากบริษัทจำกัดทั่วไป ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจน แสดงถึงความสนใจของภาคเอกชนและกรรมการบริษัทที่จะขับเคลื่อนธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในภาคธุรกิจและในบริษัทของตน แม้ไม่ได้ถูกกำกับหรืออยู่ในเกณฑ์ของ กลต. หรือตลาดหลักทรัพย์ เช่น กรณีบริษัทจดทะเบียน จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีที่แสดงถึงความสนใจและความตั้งใจของภาคธุรกิจที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

สาม การเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตของบริษัทเอกชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยบริษัทเหล่านี้เข้าร่วมโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับ เพื่อร่วมผลักดันการทำธุรกิจที่สะอาด โปร่งใส และปลอดการทุจริตคอร์รัปชันให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยบริษัทที่เข้าร่วมต้องประกาศนโยบาย วางแนวปฏิบัติภายในบริษัทเพื่อต่อต้านการทุจริต และนำนโยบายและแนวปฏิบัติไปปฏิบัติจริง ล่าสุดมี 838 บริษัทเข้าร่วมประกาศเจตนารมย์กับโครงการ CAC โดย 437 บริษัทเป็นบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ และ 232 บริษัทได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ CAC ว่าเป็นบริษัทที่มีนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตครบถ้วนตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการ CAC กำหนด

ทั้งหมดเป็นตัวอย่างของแนวโน้มและโมเมนตั้มการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือธรรมาภิบาลที่กำลังเกิดขึ้นในภาคธุรกิจไทย เป็นปรากฎการณ์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการในต่างประเทศ และแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่เราเห็นในภาครัฐ ในระดับสากล พูดได้ว่าปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่โลกใหม่ของธรรมาภิบาลภาคเอกชนที่บริษัทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัททั่วไป ต่างตระหนักถึงความสำคัญของการมีธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ เพื่อการเติบโตของบริษัทที่ต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นโมเมนตั้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาคธุรกิจ ที่มาจากการขับเคลื่อนทั้งโดยหน่วยงานกำกับดูแล ที่ต้องการรักษาความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจของประเทศ จากนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดี และลดความเสี่ยงในการลงทุน และจากบริษัทธุรกิจเองที่ต้องการให้ธุรกิจของตนเป็นที่ไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน นี่คือโมเมนตั้มการขับเคลื่อนธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กำลังเกิดขึ้นในภาคเอกชนในระดับสากล และในภาคธุรกิจของไทย

แต่ที่ท้าทายขณะนี้ก็คือภาวะแวดล้อมในการทำธุรกิจในระบบเศรษฐกิจโลกขณะนี้ ที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน ความยุ่งยากสลับซับซ้อนและความไม่ชัดเจน เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวในอัตราที่ต่ำต่อเนื่อง จากปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีมากในสังคมโลก จากภัยคุกคามของการก่อการร้ายและความไม่แน่นอนทางการเมือง และล่าสุดก็จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีแบบ ก้าวกระโดดซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อธุรกิจ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น ธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้น และการแข่งขันก็รุนแรงขึ้น ทำให้ทุกบริษัทต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถทำธุรกิจได้ต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องทำธุรกิจโดยมีธรรมาภิบาลที่ดีเพื่อรักษาไว้ซึ่งความไว้วางใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นความท้าทายให้ทุกบริษัทต้องปรับตัว บางบริษัทปรับตัวได้ บางบริษัททำไม่ได้ ดังนั้นความท้าทายและหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำ ก็คือต้องช่วยให้แนวทางและช่วยกำกับดูแลธุรกิจของบริษัท ให้สามารถปรับตัวและก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปให้ได้ ทั้งในเรื่องผลประกอบการ และเรื่องธรรมาภิบาล

แล้วคณะกรรมการจะก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างไร

นี่คือโจทย์สำคัญและเป็นหัวข้อการสัมมนาประจำปี ของสถาบันกรรมการบริษัทไทยในวันพุธที่ 14 มิถุนายนนี้ โดยหัวข้อการสัมมนาคือ Steering Governance in a Changing Worldหรือ ขับเคลื่อน ธรรมาภิบาลในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เน้นเจาะลึกประเด็นธุรกิจธรรมาภิบาลและการปรับตัวโดยผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลก ทั้งกูรูด้านธรรมาภิบาล นักวิชาการ ผู้บริหารในภาคเอกชน และกรรมการบริษัท รวมเกือบ 20 คน จาก 12 ประเทศ ถือเป็นงานสัมมนาที่ยิ่งใหญ่ระดับสากล โดยวิทยากรนำในภาคเช้าคือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจจะมาให้ความเห็นเรื่องเศรษฐกิจโลก ศาสตราจารย์เมอร์วิน คิง (Mervyn King) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลระดับโลก เจ้าของและประธานคณะกรรมการจัดทำแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาล King IV Report จะมาพูดในประเด็นความสำคัญของธรรมาภิบาลในโลกปัจจุบัน (Why Governance Matters) ดอกเตอร์ จอห์น ซัลลิแวน (Dr. John Sullivan) ที่ปรึกษาธนาคารโลกจะพูดถึงความท้าทายของการเติบโตของเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลในภูมิภาคเอเชีย และคุณ Tham Sai Choy ประธานบริษัทเคพีเอ็มจี เอเชีย จะมาให้ความเห็นเรื่องบทบาทของคณะกรรมการบริษัทในโลกของความไม่แน่นอน

จากนั้นช่วงบ่ายจะมีการให้ความเห็นจากวิทยากรอีก 12 ท่านในสองหัวข้อ คือ ความท้าทายที่กรรมการบริษัทควรรู้จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในประเทศตลาดเกิดใหม่ ปิดท้ายโดยการพบปะสังสรรค์ของผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยมีนิตยสารชั้นนำระดับโลก Nikkei Asia Review เป็นเจ้าภาพ

งานสัมมนาจะจัดที่ห้องบอลรูม โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ตั้งแต่เวลา 7.00 – 18.00 น. เข้าใจว่าที่นั่งยังพอมี ผู้ที่สนใจควรติดต่อจองที่นั่งที่สถาบันไอโอดี www.thai-iod.com โทร 02-955-1155 ต่อ 404, 403, 402 และ Email [email protected], [email protected], [email protected]

หวังว่าคงจะได้พบกันวันพุธนี้