วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อทรัมป์ฉีกข้อตกลงปารีส ก็เท่ากับประกาศเป็นศัตรูกับโลก

พอโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้สหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส

 อันเกี่ยวกับการร่วมมือของ 195 ประเทศเพื่อสู้กับโลกร้อน เขาก็ประกาศเป็นศัตรูกับคนเกือบทั้งโลก

Make America Great Again กลายเป็น Make America Small Again.

อเมริกากลายเป็นหนึ่งในสามประเทศในโลกที่ไม่ยอมร่วมข้อตกลงนี้ อีกสองประเทศคือซีเรียและนิคารากัว

เท่ากับว่าอเมริกากลายเป็นกลุ่มประเทศล้าหลัง ที่ไม่ยอมรับความจริงว่าภัยของโลกร้อนเป็นเรื่องจริง ที่จะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติและคนรุ่นต่อไป

มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กแห่ง Facebook ออกมาบอกว่าการตัดสินใจของทรัมป์เป็นเรื่อง “เลวร้ายต่อสิ่งแวดล้อม เลวร้ายต่อเศรษฐกิจ และเลวร้ายของคนรุ่นต่อไป”

อีลอน มัสก์แห่ง SpaceX และ Tesla กับโรเบิร์ท อีกอ ซีอีโอของวอลท์ ดีสนีย์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาของทำเนียบขาวโดยฉับพลัน

ผู้นำยุโรปออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวัง และเศร้าสลดกับการตัดสินของทรัมป์ ด้วยภาษาดุดันอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

อังกฤษ ฝรั่งเศสและอิตาลีจับมือกันออกแถลงการณ์วิพากษ์ทรัมป์อย่างเสีย ๆ หาย ๆ

ประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครงของฝรั่งเศสที่เพิ่งรับตำแหน่งหมด ๆ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้นำของประเทศนั้นคนแรก ที่กล่าวปราศรัยเป็นภาษาอังกฤษ จากทำเนียบประธานาธิบดีต่อต้านการตัดสินใจของทรัมป์อย่างเปิดเผย

และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกร่วมมือกันต่อสู้กับภาวะโลกร้อนอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมประกาศ “Let’s make our planet great again” เรียกร้องให้ร่วมกันทำให้โลกใบนี้ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

เป็นการล้อเลียน Make America Great Again ของทรัมป์อย่างไม่เกรงอกเกรงใจกันอีกต่อไป

ตึกใหญ่ๆ ในหลายเมืองหลวงใหญ่ๆ ทั่วโลกส่องไฟสีเขียวไปทั่วเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านสหรัฐฯ ที่ถอนตัวออกจากข้อตกลง Paris Agreement

ซึ่งทำให้เกิดคำถามไปทั่วโลกว่าต่อแต่นี้ไป ใครจะเชื่ออเมริกาได้อีก ในเมื่ออดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐเองนั่นแหละที่เป็นเจ้ากี้เจ้าการกดดัน หว่านล้อมให้ประเทศอื่น ๆ อีก 194 ประเทศมาร่วมมือกันทำข้อตกลงนี้เมื่อ 18 เดือนก่อนนี้เอง

ผลที่ตามมาไม่กระทบแต่เพียงเรื่องความร่วมมือในการแก้ปัญหาโลกร้อนเท่านั้น แต่ยังทำให้ความแนบแน่นของพันธมิตรตะวันตก ที่มีอเมริกาและยุโรปเป็นแกนหลักมาตลอด ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองมีอันต้องล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา

ประเทศยุโรปกำลังแสดงท่าทีว่าจะ “เลิกคบ” กับสหรัฐก็เพราะการกระทำของทรัมป์ในหลาย ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นคำประกาศของทรัมป์เรื่องไม่รับปากจะทำตามข้อตกลงของ NATO ที่จะออกมาปกป้องสมาชิกในกรณีถูกโจมตี

เพราะทรัมป์อ้างว่ามีเพียง 5 จาก 28 สมาชิกนาโต้เท่านั้นที่ควักกระเป๋าออกงบประมาณมาให้กับองค์กรนี้ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

อีกทั้งทรัมป์ก็ยังเข้าใจผิดว่างบ 2% ของงบประมาณทุกประเทศสมาชิกนั้นจะต้องมาใส่ไว้ในกองกลางของนาโต้ เพราะความจริงก็คือแต่ละประเทศเก็บงบนั้นไว้เพื่อพัฒนากำลังทหารของตนเพื่อทำงานร่วมกับนาโต้เท่านั้น

เมื่อนายกฯเยอรมัน เองเกลา มาเคิลประกาศก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ว่าต่อแต่นี้ไปยุโรปไม่อาจจะพึ่งพาสหรัฐฯและอังกฤษได้ทั้งหมดแล้ว ต้องกำหนดชะตากรรมของตนเอง ก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าความเชื่อมั่นและไว้วางใจที่มีมายาวนาน ระหว่างอเมริกากับยุโรปนั้นกำลังพังทลายไปอย่างน่าตกใจยิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือเมื่อทรัมป์เล่นบท “ตัวใครตัวมัน” ในเวทีโลก ช่องว่างของการเป็นผู้นำระดับสากล ก็ถูกถมโดยจีนอย่างปราศจากความสงสัย!