ภาพนี้แสดงถึงการทดลอง “ระบบอาวุธต่อต้านอากาศยาน” ของเกาหลีเหนือ ที่ผู้นำคิมจองอึนเพิ่งไปอำนวยการทดสอบ
เมื่อเร็วๆ นี้พร้อมประกาศว่าเป็น “ความสำเร็จอย่างงดงาม” ของการพัฒนาอาวุธทันสมัยอีกครั้งหนึ่ง
เป็นจังหวะเดียวกับที่เปียงยางทดลองยิงขีปนาวุธล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
เป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ ยิงได้ไกล 450 กิโลเมตรจากเมืองติดชายทะเลทางตะวันออกลงทะเลญี่ปุ่น
ถือเป็นการทดลอง 3 ครั้งใน 3 สัปดาห์ตั้งแต่มูนแจ-อิน ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม
เป็นความจงใจของโสมแดงที่จะข่มขู่โสมขาวอย่างเปิดเผย และตอกย้ำว่าไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ ต่อสหรัฐอเมริกา
การทดลองสองครั้งก่อนหน้านี้คือจรวดชื่อ Hwasong-12 และ Pukguksong-2 เป็นระบบพิสัยกลางซึ่งสำนักข่าวกลางของเปียงยาง KCNA อ้างว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
สังเกตว่าเกาหลีเหนือได้เร่งพัฒนาขีปนาวุธอย่างเร่งร้อน ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายสร้างระบบขีปนาวุธหลายรูปแบบ และระบบส่งที่กระจายตัวไปหลายทาง เพื่อเสริมศักยภาพในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯทั้งด้านรุกและตั้งรับอย่างครบครัน
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างศักยภาพของเกาหลีเหนือ ให้สามารถพัฒนาระบบขีปนาวุธพิสัยไกล พอที่จะยิงหัวรบนิวเคลียร์ไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อสกัดกั้นแผนของอเมริกา ที่จะถล่มเกาหลีเหนือด้วยอาวุธทันสมัยและมีอำนาจทำลายล้างสูงกว่า
เกาหลีเหนือบรรลุเป้าหมายนั้นหรือยัง?
ถึงวันนี้ยัง แต่ผู้เชี่ยวชาญอาวุธอเมริกันเองยอมรับว่า หากอัตราเร่งของการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือยังเป็นอย่างที่เห็นอยู่ อีกไม่นานเปียงยางก็อาจสามารถสร้างขีปนาวุธพิสัยไกลพอที่จะคุกคามสหรัฐฯได้
เทคโนโลยีที่มีความสำคัญที่สุด ในการบรรลุเป้าหมายนั้นคือการได้มาซึ่ง re-entry technology หรือเทคโนโลยีของการให้หัวรบที่ถูกยิงออกจากจรวดขึ้นไปจุดสูงสุด กลับลงมาในชั้นบรรยากาศโดยไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนและแรงดันในช่วงลงสู่พื้น
ขีปนาวุธที่ยิงข้ามทวีปหรือ Intercontinental Ballistic Missile (ICBM) จะต้องสามารถฝ่าข้ามสภาพความเร็ววินาทีละ 7 กิโลเมตรในอุณหภูมิสูงถึง 8,000 องศาเซลเชียส!
หลังการทดลองขีปนาวุธพิสัยกลาง Hwasong-12 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ สื่อทางการเกาหลีเหนืออ้างว่า ขีปนาวุธชุดใหม่นี้ได้พิสูจน์ความสามารถในการฝ่าฟัน “สถานการณ์การกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลกที่เลวร้ายที่สุด”
แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านทหารและอาวุธของประเทศต่าง ๆ ยังไม่อาจจะยืนยันข้อกล่าวอ้างนั้นได้ ต้องเกาะติดวิวัฒนาการของโสมแดงในด้านนี้ต่อไป
เปียงยางอ้างว่าขีปนาวุธที่ทดลองวันนั้นสามารถยิงได้ไกล 787 กิโลเมตรและสูงถึง 2,111.5 กิโลเมตร
เกาหลีเหนืออ้างว่าด้วยสมรรถภาพเช่นว่านี้ ขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดสามารถพาหัวรบ ไปไกลถึงเกาะฮาวายและอลาสกาของอเมริกาทีเดียว
การทดลอง Pukguksong-2 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมก็ได้รับการกล่าวขานจากสื่อทางการเมืองของเปียงยาง ว่ามีความก้าวหน้าในการใช้ “ระบบเย็น” ในการยิงขีปนาวุธแทน “ระบบเหลว” ของเดิมซึ่งมีคุณภาพที่ต่ำกว่า
ถามว่าอเมริกากลัวเกาหลีเหนือมากขึ้นไหม?
ตอบได้ว่าสหรัฐยอมรับว่าดูจากผลการทดลองสองสามครั้งที่ผ่านมา วอชิงตันประมาทโสมแดงไม่ได้อีกต่อไป
ถึงขั้นที่รัฐฮาวายต้องทดลองระบบต่อต้านขีปนาวุธเป็นครั้งแรกในกว่า 20 ปี
เพราะมะกันเริ่มกลัวว่าคิมจองอึน อาจสามารถยิงขีปนาวุธข้ามทวีปมาลงทางตะวันตกได้
จึงต้องซ้อมระบบที่จะยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือไว้ตั้งแต่วันนี้!

