เสียงระเบิดที่รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ ทำให้เกิดความกังวลว่าบ้านเมืองเรา “มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร”
เป็นการก่อเหตุร้ายที่อุกอาจ เพราะเหตุเกิดในกทม. เป็นความเลวร้าย“ขั้นกว่า” เพราะเป็นการลงมือในโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นสากลและยอมรับกันทั้งคนดี-คนร้าย ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย...และยังไม่วายกังวลไปถึงการข่าว การรักษาความปลอดภัย และการใช้ชีวิตของประชาชนต่อไปนับจากนี้
000 ไม่รู้เป็นเรื่องบังเอิญอย่างไรหรือไม่...เพราะพร้อมๆ กับเสียงระเบิด ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล-คสช.ในรอบ 3 ปีอย่างเข้มข้น เป็นเสียงจากทั้งฝ่ายการเมือง และ“นักวิชาการ”บางกลุ่ม ที่พอจับแนวคิดได้จากเรื่องราวทางการเมืองที่ผ่านๆ มา ว่ามีความคิดอ่านประการใด
000 เสมือนว่าเสียงระเบิดไม่ใช่เพียงแค่การ“ดิสเครดิต”คสช.ในวันครบรอบ 3 ปีรัฐประหาร แต่ยังเป็นเหมือนการ“โหมโรง”สร้างความปั่นป่วน เหมือนอย่างที่หลายฝ่ายคาดการไว้ ว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงที่จะย่างเข้าสู่การเลือกตั้ง และอาจทำให้มองได้ว่ายิ่งใกล้ถึงวันที่“รอคอย” ทางการเมืองมากเท่าไหร่ ความวุ่นวายก็จะเกิดมากขึ้นเท่านั้น
000 มุมวิเคราะห์จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มองว่าเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกรุง ไม่น่าจะเป็นฝีมือ “เจ้าเก่า” เพราะเชื่อว่าบางพรรค และบางกลุ่มการเมือง อยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น เพราะมั่นใจในสรรพกำลัง มั่นใจในฐานเสียงที่สั่งสมไว้ และมั่นใจในสิ่งที่“หล่อเลี้ยง”ไว้ ต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 3-4 ปี
000 จึงเกิดเป็นคำถามขึ้นอีกว่า แล้ว“ใคร?”ที่อยากจะ“ดิสเครดิตรัฐบาล”... ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และดำเนินอยู่ มีใครบ้างที่เสียประโยชน์... หรือจะเป็นกลุ่มคนที่ยังอยากเห็น“รัฐบาลทหาร” บริหารบ้านเมืองต่อไป เพราะปัญหาหลายเรื่อง“แก้ไข”ได้ทันที ไม่ต้องเอาใจหัวคะแนนหรือฐานเสียงเหมือนรัฐบาลเลือกตั้ง
000 ย้อนความไปก่อนเดือนพ.ค.2557 มีนักวิชาการบางคนบอกเอาไว้อย่างน่าคิดว่า“เผด็จการ”ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย และรัฐบาลทหารอาจเหมาะกับบ้านเมืองในบางห้วงเวลา มากว่า“ประชาธิปไตย”ด้วยซ้ำไป !!!
............................................
อัชชาวดี [email protected]






