วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

นวัตกรรมยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโต

นวัตกรรมยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโต

ของธุรกิจครอบครัวเพื่อการสร้างชาติ

ธุรกิจขนาดใหญ่จำนวนมากในโลกเป็นธุรกิจครอบครัว ธุรกิจในกลุ่มประเทศอเมริกาเหนือ ร้อยละ 90 เป็นธุรกิจครอบครัว ธุรกิจในเอเชียร้อยละ 80 เติบโตจากธุรกิจครอบครัว และกว่าร้อยละ 40 ของธุรกิจขนาดใหญ่ Top 500 ในสหรัฐอเมริกา คือ ธุรกิจครอบครัว ตัวอย่างของธุรกิจครอบครัว เช่น วอล์มาร์ท ซัมซุง อีเกีย โตโยต้า ล็อตเต้ เลโก้ เป็นต้น

ธุรกิจครอบครัวมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของแทบทุกประเทศ โดยมีจำนวนร้อยละ 70 – 95 ขององค์กรธุรกิจในประเทศต่างๆ ในโลก มีการจ้างงานร้อยละ 50 – 80 ของการจ้างงานภาคเอกชนในประเทศส่วนใหญ่ และสร้างผลผลิตกว่าร้อยละ 60 – 90 ของ GDP ภาคเอกชน ของประเทศต่างๆ ในโลก รวมทั้ง Start-Ups ทั่วโลกถึงร้อยละ 85 เริ่มต้นด้วยเงินของครอบครัว

เช่นเดียวกับประเทศไทย วิสาหกิจกว่าร้อยละ 80 จัดเป็นธุรกิจครอบครัว กระจายตัวไปในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ซึ่ง 21 บริษัทในกลุ่ม SET 50 เป็นธุรกิจครอบครัว มีมูลค่าตลาดรวมกว่าร้อยละ 33 โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจครอบครัวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่การส่งเสริมธุรกิจทั่วโลกและในประเทศไทยกลับไม่ได้คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของธุรกิจครอบครัว ในบทความตอนนี้ ผมจึงขอนำเสนอ 3 นวัตกรรมยุทธศาสตร์แรกในการสร้างความเจริญเติบโตของธุรกิจครอบครัวเพื่อการสร้างชาติ

1. การจัดตั้งองค์กรเครือข่ายธุรกิจครอบครัว

การจัดตั้งองค์กรเครือข่ายธุรกิจครอบครัวมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจครอบครัวที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นตัวแทนนำเสนอและผลักดันนโยบายที่เป็นมิตรต่อธุรกิจครอบครัว รณรงค์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจครอบครัว รวมถึงสร้างเครือข่าย และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้และประสบการณ์ของผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจครอบครัว

ปัจจุบัน หลายประเทศทั่วโลกมีเครือข่ายของผู้ประกอบการธุรกิจครอบครัว เช่น ในยุโรปมี European Family Businesses (EFB) เครือข่ายระดับนานาชาติ คือ Family Business Network International อันประกอบด้วยองค์กรเครือข่ายที่เป็นสมาชิกในหลายประเทศชั้นนำ เช่น FBN World FBN Colombia FBN Japan FVIDK/FBN Denmark เป็นต้น

2. การวิจัยและจัดหลักสูตรการบริหารธุรกิจครอบครัว

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในประเทศไทยทำการสอนและทำวิจัยการบริหารธุรกิจทั่วไป แต่หลักสูตรที่สอนเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและบริหารธุรกิจครอบครัวยังมีจำกัด มีบางมหาวิทยาลัย/สถาบันที่เปิดหลักสูตรธุรกิจครอบครัวอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นการอบรมระยะสั้น ขณะที่การวิจัยด้านการบริหารธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยยังมีน้อยมาก

ดังนั้น ผมเห็นว่าเราควรส่งเสริมการจัดหลักสูตรระยะยาวเจาะจงสำหรับธุรกิจครอบครัว โดยมีเนื้อหาที่เจาะจงการบริหารและการประกอบการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของเจ้าของและผู้บริหารธุรกิจครอบครัว การรับมือกับประเด็นเฉพาะของธุรกิจครอบครัว และการมุ่งเน้นแนวทางที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในบริบทธุรกิจครอบครัว

ทั้งนี้ การจัดการศึกษาอาจเป็นทั้งแบบในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เช่น การจัดตั้งศูนย์ศึกษาและหลักสูตรการบริหารธุรกิจครอบครัวในมหาวิทยาลัย และการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจครอบครัว 

รวมไปถึงการส่งเสริมให้ธุรกิจครอบครัวสามารถจัดอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ภายในบริษัท โดยเฉพาะการรวบรวมและพัฒนาสินทรัพย์ของครอบครัว (family assets) เช่น การจัดเก็บข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนสำคัญของธุรกิจ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เป็นเอกสาร รูปถ่าย วิดีทัศน์ รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ เพื่อถ่ายทอดให้สมาชิกครอบครัวมีความเข้าใจความซับซ้อนและเฉพาะตัวของธุรกิจครอบครัว

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศจำนวนมากได้มีการจัดหลักสูตรและทำวิจัยเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจครอบครัว เช่น Harvard Business School/Harvard University (USA) มีหลักสูตร Global Family Alliance group, Wharton/University of Pennsylvania (USA) มีศูนย์ Family Enterprises, Kellogg School of Management/Northwestern University (USA), Saïd Business School/University of Oxford (England) Global Family Business Center, IMD (Switzerland) Business Families Institute, Singapore Management University (Singapore) เป็นต้น

3. การพัฒนาระบบสถิติและฐานข้อมูลธุรกิจครอบครัว

ปัจจุบัน ข้อมูลสถิติธุรกิจไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลในมิติธุรกิจครอบครัว สถิติธุรกิจส่วนใหญ่จำแนกข้อมูลตามมิติขนาดของธุรกิจ การจ้างงาน เงินทุน ยอดขาย ภาคการผลิต เนื่องจากนโยบายธุรกิจที่เป็นกระแสหลักของโลก คือ การส่งเสริม SMEs

การขาดข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจครอบครัว ทำให้ขาดความเข้าใจความสำคัญของธุรกิจครอบครัวที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคม ขาดความเข้าใจโครงสร้างภาพรวมของธุรกิจครอบครัว ขาดความเข้าใจลักษณะเฉพาะและปัญหาของธุรกิจครอบครัวไม่ทราบผลกระทบของนโยบายและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่มีต่อธุรกิจครอบครัว

ผู้กำหนดนโยบายและผู้มีส่วนได้เสีย ไม่สามารถกำหนดนโยบายที่ดี เพื่อสนับสนุนการขยายตัวและความมั่งคั่งธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศ และนำประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ได้ จึงมีความจำเป็นต้องจัดระบบการเก็บข้อมูลธุรกิจครอบครัว

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีการจัดเก็บเพื่อประโยชน์ในการวิจัยและการกำหนดนโยบายส่งเสริมธุรกิจครอบครัว เช่น ธุรกิจครอบครัวมีจำนวนเท่าไร โครงสร้างธุรกิจครอบครัวจำแนกตามขนาดเป็นอย่างไร ธุรกิจครอบครัวมีอายุเท่าไร และอยู่ภายใต้การบริหารของคนรุ่นใด แหล่งเงินทุนของธุรกิจครอบครัว ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจครอบครัวเป็นคนในหรือนอกครอบครัว ระบบการบริหารและการกำกับดูแลในธุรกิจครอบครัว เป็นต้น

อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนนโยบายการส่งเสริมธุรกิจให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจครอบครัว จะต้องไม่กระทบต่อธุรกิจรูปแบบอื่นด้วย ซึ่งจะทำให้เราสามารถพัฒนาธุรกิจไทยให้เติบโตเป็นธุรกิจระดับโลกได้มากขึ้น ทั้งนี้ อีก 4 นวัตกรรมยุทธศาสตร์จะนำเสนอในบทความต่อไป