วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรือดำน้ำกับความคุ้มค่า?

เล่นเอางง! ไปตามๆ กันสำหรับกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ลำแรกมูลค่า 13,500 ล้านบาท

 จากทั้งหมด 3 ลำซึ่งครม.ได้มีมติไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา 

000 ที่บอกว่างงไปตามกัน เพราะโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านแต่กลับผ่านความเห็นชอบจากครม.ชนิดที่เรียกว่า “เงียบกริบ” โดยที่ไม่มีการแถลงข่าวในเรื่องนี้แต่อย่างใด

000 เรื่องนี้ ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เหตุผลว่า เหตุไม่มีการแถลงข่าวนั้น เพราะเป็นเรื่องลับ เรื่องไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน การจะแถลงข่าวหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของโฆษกฯ  และโดยปกติแล้วเรื่องงานด้านความมั่นคงจะไม่มีการแถลงข่าวเพราะ เรื่องเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงมีหลายด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้ออาวุธเพียงอย่างเดียว  

000 ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่า ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่18 เม.ย.ได้เห็นชอบจัดหาเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ชั้นหยวน รุ่น S-26T ลำแรก วงเงิน 13,500 ล้านบาท ซึ่งตามแผนจะจัดซื้อ 3 ลำ ในราคารวม 36,000 ล้านบาท

000 บุคคลที่ดูเหมือนว่า จะถูกจับตาเป็นพิเศษคือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงว่า เหตุที่เลือกเรือดำน้ำจากจีน เพราะราคาถูกกว่ามาก เมื่อเปรียบเทียบกับอีก 9 ประเทศ ยืนยันการจัดซื้อจัดหาทำด้วยความโปร่งใส เป็นการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่มีการแลกเปลี่ยนหรือเงื่อนไขพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น

000 แม้ทางฝั่งรัฐบาลจะยืนยันว่า มีความจำเป็น และมีการจัดซื้ออย่างถูกต้อง แต่เรื่องนี้ก็ ก็ยังถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายในเรื่องคุณภาพ ความคุ้มค่า และความเหมาะสมกับ “ยุทธบริเวณ”ที่จะใช้ปฏิบัติภารกิจ ซึ่งถูกกำหนดให้สร้างบริเวณอ่าวไทย ที่ชายฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าบริเวณอ่าวไทยเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างตื้น ดังนั้นการจัดซื้อเรือขนาดใหญ่จะมีการความเหมาะสมกับยุทธบริเวณมากน้อยเพียงใด

000 ต้องยอมรับว่าประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายยังค้างคาใจและรอคำตอบจากทางผู้ที่เกี่ยวข้อง เห็นทีรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆคงต้องเตรียมคำตอบไว้ตอบคำถามอีกพอสมควร

.....................

- ดารากร -