กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ
ทั้งฉบับที่ว่าด้วย พรรคการเมือง และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงมือ สนช.เป็นที่เรียบร้อย เพื่อพิจารณาออกเป็นกฎหมายภายในกรอบเวลา 60 วัน
ตามกระบวนการในวาระ 2 ชั้นแปรญัตติ สนช.ยังคงสามารถปรับแก้“เนื้อหา”ได้ ภายใต้เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญใหม่
ในส่วนของกฎหมาย กกต. แม้จะมีความเห็นต่างในเรื่องของการมีกกต.จังหวัด กับการตั้ง“ผู้ตรวจการเลือกตั้ง”ขึ้นมาทดแทน แต่สุดท้ายก็ดูเหมือน กกต.จะยอมจำนนด้วยเหตุผล
แต่ที่น่าจับตาน่าจะเป็น“กฎหมายพรรคการเมือง” ที่เสียงสะท้อนจากแทบทุกพรรค ไม่เว้น พรรคเล็ก-พรรคใหญ่ ต่างกังวลกับเงื่อนไขใหม่ ทั้งจำนวนสมาชิกพรรค และเงินบำรุงพรรคการเมือง
วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ในฐานะผู้ที่จะต้องพิจารณาผ่านร่างกฎหมาย แสดงความเป็นห่วงว่ากฎหมายฉบับนี้ มองพรรคการเมืองในแง่ลบ มุ่งเน้นลงโทษมากกว่าส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง
ขณะที่เสียงจากพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง สามารถ แก้วมีชัย จากพรรคเพื่อไทย และองอาจ คล้ามไพบูลย์ จากประชาธิปัตย์ ต่างก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าอาจเป็นกติกาที่ทำให้การจัดตั้งพรรคการเมืองมีข้อจำกัดมากขึ้น
ที่สำคัญหยั่งเสียง สนช.หลายคน เห็นพ้องว่าน่าจะต้องทำให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง“พรรคการเมือง”
ซึ่งเรื่องนี้ กรธ.ก็รู้แนวโน้มดี จึงเป็นที่มาความพยายามที่จะออกมาอธิบาย รวมถึง อมร วาณิชย์วิวัฒน์ ที่ดักคอว่าหากสนช.จะมีการแก้ไข... หากเกิดข้อเสียหาย หรือเป็นเหตุให้เวลายืดเยื้อออกไป สนช.จะต้อง“รับผิดชอบ”
สำทับด้วย มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่อธิบายว่าการชำระค่าบำรุงพรรค ก็เพื่อแสดงถึงสิทธิต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการของพรรคที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายทุนเท่านั้น
ตบท้ายด้วยประเด็นสำคัญว่าหากสนช.จะมีการเปลี่ยนแปลง ต้องมีคำตอบว่าจะปรับอย่างไร เพื่อให้การมีส่วนร่วมของสมาชิกในพรรคการเมืองเกิดขึ้นได้จริง
"หากสนช. มีแนวทางที่ดีกว่า ผมจะยกมือขึ้นสาธุให้” !!!






