วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยโดน 'หางเลข' ของลมสลาตันการค้าชื่อทรัมป์

มาแล้วครับ โดนัลด์ ทรัมป์เริ่มลั่นกลองเหมือนจะเปิด “ศึกการค้า” กับประเทศต่าง ๆ

 ทั่วโลกที่เขาอ้างว่า “เอาเปรียบ” สหรัฐเพราะได้เปรียบดุลการค้ากับเขา

ไทยเราพลอยติดร่างแหไปด้วย เราจึงต้องใส่ใจกับความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดนี้อย่างจริงจัง

ที่เคยพูดกันว่าแนวทางของทรัมป์คงจะไม่กระทบไทยเราเท่าไหร่ เห็นจะไม่ใช่แล้ว เพราะไม่ว่าลมสลาตันทรัมป์จะมาโดนเราโดยตรงหรือโดนเพียงแค่ “หางเลข” ก็หนีไม่พ้นว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหาร 2 ฉบับในประเด็นนี้ สั่งให้มีรายงานสรุปปัญหาและทางออกสำหรับสหรัฐใน 90 วัน

 ที่ไม่สวยคือทรัมป์ใช้ภาษาดุดันทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์ว่าสาเหตุ ที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับประเทศเหล่านี้คืออะไร แต่ก็บอกว่า

“They are cheaters! From now on, those who break the rules will face the consequences and they'll be very severe consequences...” (USA Today)

แปลได้ความว่า “พวกนี้เป็นพวกขี้ฉ้อ...จากนี้ไป พวกที่ละเมิดกฎจะต้องเจอกับผลกรรมที่รุนแรง...”

ทรัมป์ไม่ได้บอกว่าประเทศไหนหรือใครที่เป็นพวก cheaters และไม่ได้บอกว่ากฎอะไรที่ถูกละเมิด อีกทั้งไม่ได้มองว่าปัญหาอย่างนี้จะเกิดจากประเทศคู่ค้าอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องวิเคราะห์ปัญหาอันเกิดจากสหรัฐเองด้วย

16 ประเทศที่เข้าข่ายเป็นเป้าของทรัมป์นอกจากประเทศไทยก็มีจีน ญี่ปุ่น เยอรมัน เม็กซิโก ไอร์แลนด์ เวียดนาม อิตาลี เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน อินโดฯ และแคนาดา

แน่นอนว่าทรัมป์มีจีนเป็นเป้าใหญ่ แต่ถ้าดูรายชื่อแล้วก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นเพื่อนเก่าของอเมริกาทั้งนั้น

ตัวเลขทางการบอกว่าปีที่ผ่านมาสหรัฐส่งออกมาไทยประมาณ 10,570 ล้านเหรียญหรือประมาณ 363,000 ล้านบาทขณะที่ไทยส่งไปขายอเมริกา 29,490 ล้านเหรียญหรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท ทำให้สหรัฐขาดดุลการค้ากับไทย 18,920 ล้านเหรียญหรือราว ๆ 649,000 ล้านบาท...เป็นตัวเลขขาดดุลสหรัฐต่อไทยสูงสุดใน 3 ปี

แทนที่ทรัมป์จะใช้วิถีทางการทูตในการเจรจา สร้างความเข้าใจว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อสร้างงานให้กับคนอเมริกัน หรือเพื่อจะทำตามแนวทางหาเสียง Make America Great Again และขอความร่วมมือกับเพื่อนๆ ทั้งหลาย เขากลับใช้วิธีการที่เคยทำสมัยเป็นนักธุรกิจ

นั่นคือส่งเสียงดัง ต่อรอง ยื่นเงื่อนไขสุดขั้วก่อนแล้วค่อยหาทางออกที่ยอมรับกันได้ทุกฝ่าย

จังหวะที่ทรัมป์เลือกโวยวายเรื่องนี้ก็เห็นชัดว่า เขาต้องการจะส่งสัญญาณไปให้จีน... เพราะประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะไปเยือนทรัมป์ระหว่างวันที่ 6-7 เม.ย.นี้ที่ฟลอริดาเพื่อเจรจาเรื่องระหองระแหงระหว่างสองมหาอำนาจ

ทรัมป์ยอมรับว่าการพูดจากับผู้นำจีนคนนี้เป็น “เรื่องยาก” และเขาจะต้องสร้างภาพว่าสามารถ “เอาอยู่” ในการต่อรองกับจีน ดังนั้นการออกข่าวเรื่องเอาจริงเอาจังกับการเสียดุลการค้าจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่

เป็นไปได้ว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิด “สงครามการค้า” ที่ทรัมป์กำลังจะลั่นไกเปิดศึก?

ขณะเดียวกันก็เป็นไปได้เช่นกันว่านี่เป็นเพียงลูกเล่นของทรัมป์ เพื่อจะบลัฟประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง?

ประเทศไทยต้องเร่งพูดจากับคนรอบข้างของทรัมป์โดยเฉพาะผ่าน US Trade Representative หรือ “ตัวแทนการค้า” คนใหม่ที่มีสถานภาพเทียบเท่ารัฐมนตรีในรัฐบาลของทรัมป์ เพื่อสร้างความกระจ่างเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกบาดหมางที่ไม่จำเป็นระหว่างมิตรเก่าแก่

USTR คนใหม่ภายใต้ทรัมป์ชื่อ Robert Lighthizer เป็นทนายความด้านการค้าที่โดดเด่น เคยเป็นรอง USTR สมัยอดีตประธานาธิบดีโรนัล รีแกน ได้ชื่อว่าเป็นนักเจรจาต่อรองทางการค้าที่เดินตามแนวทรัมป์อย่างเคร่งครัด

ผมได้ข่าวว่าจังหวะพอดีที่วันนี้จะมีการพบปะระดับเจ้าหน้าที่ของไทยกับสหรัฐ เป็นรอบแรกตั้งแต่ทรัมป์เข้านั่งทำเนียบขาวด้วย

ต้องไม่ลืมว่าไทยเรายังเป็นพันธมิตรสำคัญในแง่ geopolitics หรือ “ภูมิรัฐศาสตร์” สำหรับสหรัฐในเอเซียอาคเนย์ และการซ้อมรบ Cobra Gold ที่มีมายาวนานระหว่างสหรัฐกับพันธมิตรทั้งหลายที่จัดในประเทศไทย ก็ตอกย้ำถึงคุณค่าของการรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ในภาพรวมระหว่างสองชาตินี้

ในภาวะที่ “พายุทรัมป์” โหมกระหน่ำมาทางนี้ ไทยต้องตั้งหลักปักฐานให้มั่น ไม่คลอนแคลน ไม่หวั่นไหว และไม่หน่อมแน้ม!