วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความหวังตลาด'แม็กเนต' รอคนเดินหรือคนรอเดิน

การบ้านชิ้นสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายไว้ให้ในปีนี้

 คือเรื่องการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก ให้พาณิชย์ปรับภาพตนเองจากการเข็นรายได้ส่งออก มาโฟกัสการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนโดยหัวเรือสำคัญอยู่ที่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีป้ายแดงที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง

สนธิรัตน์บอกว่าหลังจากสังเคราะห์ข้อมูลโจทย์ใหญ่ ที่รองนายกสมคิดมอบให้คือการพัฒนาตลาด 4 ส่วนเพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ โดย 4 ตลาดที่ว่าก็แบ่งออกเป็น “ตลาดต้องชม” ส่วนนี้เป็นโครงการเดิมของกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วจำนวน 77 แห่ง ภายในปีนี้ก็ตั้งเป้าเพิ่มอีก 77 แห่ง

“ตลาดชุมชน” ที่จะจัดทำในลักษณะของตลาดนัดในชุมชน เปิดให้บริการ 1 -2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งไอเดียนี้ได้มาจากการลงพื้นที่ตลาดนัดตามชุมชนในปัจจุบัน พบว่าเงินสะพัดในพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 3 -5 แสนบาทต่อวัน หากมี 100 ตลาด ก็จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจถึง 200 ล้านบาทต่อเดือน 

เมื่อรวมกับตลาดชุมชนประชารัฐ ที่กองทุนหมู่บ้านเปิด ก็หวังว่าจะเกินเงินทุนหมุนเวียนได้มากถึง 1.2 แสนล้านบาทต่อปี และเสริมด้วย “ตลาดกลางสินค้า” ที่จะเข้ามาตลาดรวบรวมสินค้าจากชุมชน มาจัดจำหน่ายในพื้นที่ตลาดกลางของแต่ละจังหวัด เพื่อให้ง่ายต่อการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว ช่วยตัดกลไกพ่อค้าคนกลาง

สามตลาดเบื้องต้นรวมๆ แล้วน่าจะผลิตผู้ขาย หรือเจ้าของงธุรกิจเข้ามาในตลาดการค้าไทยได้อีกไม่น้อยกระตุ้นเงินลงชุมชนได้แท้จริงหากมีผู้ซื้อเกิด แต่อีกหนึ่งไอเดียที่ต้องจับตาเห็นจะเป็นการพัฒนา “ตลาดเฉพาะที่มีเอกลักษณ์”   ซึ่งตั้งชื่ออย่างโก้เก๋ว่า“ตลาดแม็กเนต (Magnet Market)” ภายใต้คอนเซ็ปต์ตลาดที่ขายสินค้าเฉพาะอย่างเจาะกลุ่มเป้าหมายนีชมาร์เกตชัดเจน พื้นที่แรกตามแผนพัฒนา คือ ตลาดอนุสาร จังหวัดเชียงใหม่ จะจัดทำเป็นตลาดทุเรียนแห่งแรกในไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คลั่งไคล้การกินทุเรียนเป็นอย่างมากให้เข้ามาจับจ่าย โดยเตรียมเปิดให้บริการในเดือน พ.ค.นี้

ซึ่งการสร้างตลาดรูปแบบนี้แม้แนวคิดจะน่าสนใจ แต่ตลาดการค้าในประเทศที่ไปพึ่งพากลุ่มเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวสูงอย่าง “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่การเดินทางท่องเที่ยว และการจับจ่ายที่มักผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนจากปัจจัยอื่นๆ

หากวันใดที่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดนี้เดินทางมาเที่ยวน้อยลง ตลาดทุเรียนผลงานแรกที่รัฐบาลหวัง จะเป็นแม็กเนตดึงดูดจะอยู่ภายใต้คำจำกัดความที่ว่า “ตลาดรอคนเดิน” ไม่ใช่ตลาดที่ได้รับความนิยมแบบที่เรียกว่า “ตลาดคนรอเดิน” 

...หากเป็นเช่นนั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่กลไกเศรษฐกิจฐานรากจะอยู่ยั่งยืนตามที่รัฐบาลวางไว้หรือไม่?

................................

วรรณิกา จิตตินรากร