ค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยวันละ 200 บาท หรือเดือนละประมาณ 5,000 บาท
ส่งผลให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเวียดนาม กลายเป็นฐานการผลิตใหม่ ของเหล่าผู้ประกอบการต่างชาติในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกิจการที่ต้องใช้การผลิตจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม (การ์เมนต์) วัสดุก่อสร้าง และไอที เป็นต้น
อาทิ ค่ายซัมซุง สัญชาติเกาหลี ที่มีฐานการผลิตในเวียดนามหลากหลายแห่ง ล่าสุด ย้ายฐานการผลิตทีวีจากเมืองไทยมาอยู่เวียดนาม สำหรับโรงงานซัมซุงที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่สุด อยู่ห่างจากสนามบินฮานอยเพียงไม่กี่กิโลเมตร ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือ สะท้อนผ่านจำนวนแรงงานที่มีอยู่หลายแสนชีวิต
ฝั่งผู้ประกอบการสัญชาติไทยหลายราย ก็มีความสนใจบุกตลาดเวียดนามเช่นกัน หลังเวียดนามกำลังเข้าสู่ช่วงการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน เช่น เครือ SCG หรือกลุ่มประกันอย่าง AIA และเมืองไทยประกันชีวิต เป็นต้น
ในส่วนของเครือ SCG ที่ผ่านมาอาจได้ประโยชน์มากกว่ากิจการประเภทอื่นๆ หลังความเป็นเมืองกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งอาจมีจำนวนสูงขึ้นในอนาคต
เครือ SCG เข้ามาขยายกิจการในเวียดนามเมื่อ 20 ปีก่อน ผ่านบริษัท สยาม ซีเมนต์ กรุ๊ป จำกัด ปัจจุบัน SCG ดำเนินธุรกิจในเวียดนามหลากหลายทั้ง ซีเมนต์ กระเบื้องเซรามิก บรรจุภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
แต่ในฟากของกลุ่มประกันอาจต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะประสบความสำเร็จ แม้ที่ผ่านมาค่ายเมืองไทยประกันชีวิตจะออกมาตอกย้ำความสำเร็จ จากการบุกตลาดเวียดนามเมื่อ 3 ปีก่อน ด้วยการจับมือกับประกันชีวิตยักษ์ใหญ่จากเบลเยี่ยม
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนเวียดนามบางกลุ่ม ยังคงมีประสบการณ์ในการทำประกันชีวิตไม่ดีนัก เช่น ถูกโกงประกันมาค่อนข้างมาก สะท้อนผ่านสัดส่วนประชากรที่สนใจทำประกันเพียง 10% ในปัจจุบัน
ทว่าไม่ได้มีเพียงกิจการเหล่านี้เท่านั้นที่มีความพยายามจะเจาะตลาดเวียดนาม แม้แต่ บมจ.แอร์โรว์ ซินดิเคท หรือ ARROW ผู้ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กเคลือบสังกะสีสำหรับร้อยสายไฟและข้อต่อต่างๆ รวมถึงท่อน้ำประปา ท่อระบายอากาศ และท่อสำหรับงานก่อสร้าง ที่ผลิตจากเหล็กเคลือบสังกะสี ก็รุกสู่ตลาดเวียดนาม โดยผู้บริหารสะท้อนว่า ส่งสินค้าไปขายผ่านตัวแทน ไม่คุ้มเท่าตั้งโรงงานผลิต แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการเช่นนั้นได้ จากปัญหานานาประการ สุดท้ายอาจต้องโยกไปทำตลาดประเทศอื่นแทน
จากการที่มีผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเวียดนามเหนือ “ฮานอย-ซาปา-ฮาลองเบย์” พบว่า สาเหตุที่ทำให้บางกิจการไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งเกิดจากอุปสรรคหลากหลาย โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือแม้กระทั่งระบบการศึกษา เป็นต้น
ผ่านคำบอกเล่าของไกด์ท้องถิ่นที่ว่า ปัจจุบันเวียดนามมีดอกเตอร์ตกงานหลายพันคนต่อปี เพราะบางหน่วยงานไม่มีงานเงินเดือนสูงให้ทำ ขณะที่บางคนได้ทำงานในหน่วยงานราชการ แต่ไม่ได้นำความรู้มาพัฒนาประเทศ หลังเส้นทางของการเข้าทำงานไม่ได้มาจากความสามารถของตัวเอง
ขณะเดียวกันยังมีนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรีตกงานค่อนข้างมาก ทำให้บางคนต้องหันไปขับแท็กซี่ เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว คนเวียดนามบางส่วนยังเลือกออกไปสะสมความรู้ในต่างแดน หนึ่งในนั้นคือไทย
ทำธุรกิจในเวียดนาม แม้จะเต็มไปด้วยโอกาส แต่ไม่หมู !!






