เมื่อมีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นในวงการบริหารจัดการธุรกิจ มักจะมีความงุนงงต่างๆ ติดตามมาด้วยเสมอ เช่น ในกรณีเรื่องของธุรกิจสตาร์ทอัพ
นอกจากเรื่องของความหมายของ สตาร์ทอัพ ว่าจะเหมือนหรือจะต่างกับ เอสเอ็มอี หรือธุรกิจในรูปแบบอื่นอย่างไรหรือไม่แล้ว ก็ยังจะมีเรื่องขององค์ประกอบต่างๆ ในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ต้องการคำชี้แจงที่กระจ่างว่า คำศัพท์ที่นำมาใช้แต่ละคำ มีความหมายอย่างไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า Startup Accelerators หรือที่จะขออนุญาตถอดความเป็นภาษาไทยว่า ตัวเร่งเครื่องสตาร์ทอัพ
คำว่า Accelerators ถูกนำมาใช้ในบริบทของธุรกิจสตาร์ทอัพ เนื่องจากสตาร์ทอัพ แม้ว่าจะเป็นธุรกิจเริ่มใหม่ แต่ก็เป็นธุรกิจเริ่มใหม่ด้วยโมเดลธุรกิจที่ต้องการมุ่งสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยสนับสนุนที่เป็นตัวเร่งเครื่องมาช่วย
ตัวเร่งเครื่องสตาร์ทอัพ จะเข้ามามีบทบาทในช่วงเริ่มแรกของการก่อตัวของสตาร์ทอัพ แต่บทบาทของความเกี่ยวข้องจะแตกต่างไปจากองค์กรหรือหน่วยงานสนับสนุนที่เคยรู้จักกันมา ตั้งแต่ยุคที่ธุรกิจเอสเอ็มอีเคยบูมมาก่อนแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยสนับสนุนเงินทุนประเดิมเริ่มต้น (Seed money) จากนิติบุคคลที่ทำธุรกิจร่วมลงทุน (VC) หรือเงินร่วมทุนจากบุคคลธรรมดาที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนจากไอเดียธุรกิจใหม่ๆ (Angle investors) ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนที่มีความสนใจและพร้อมที่จะนำเงินมาเสี่ยงเพื่อลงทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ
หรือหน่วยสนับสนุนในรูปแบบของหน่วยบ่มเพาะ (Incubators) ที่ช่วยจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจเริ่มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ อุปกรณ์สำนักงาน หรือแม้กระทั่งระบบจัดทำบัญชี เนื่องจากตัวผู้ประกอบการเอง มักจะต้องทุ่มทั้งเวลาและความสนใจไปให้กับการพัฒนาตัวธุรกิจ ดังนั้น จึงมักต้องการการสนับสนุนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจจากการให้บริการของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น จนกว่าธุรกิจจะเริ่มอยู่ตัวและดำเนินต่อไปได้ด้วยตัวเอง จึงค่อยแยกตัวออกจากศูนย์บ่มเพาะ
ส่วนหน่วยงานที่จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งเครื่องให้กับสตาร์อัพ (Startup Accelerators) มักจะมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพในช่วงเริ่มแรก โดยการรวบรวมกลุ่มของสตาร์อัพจำนวนหนึ่ง ประมาณไม่เกิน 20 คนหรือ 20 บริษัท เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้จากบรรดาผู้รู้หรือผู้ที่เคยประสบความสำเร็จในการเป็นสตาร์ทอัพมาก่อน
โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยลดช่วงเวลาที่สตาร์อัพใหม่มักจะต้องสูญเสียไปให้กับการลองผิดลองถูกก่อนที่จะได้สัมผัสกับความสำเร็จครั้งแรก
ลักษณะที่แตกต่างของตัวเร่งเครื่องสตาร์อัพอีกประการหนึ่งก็คือ บรรดาสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาทำงานและหาประสบการณ์ร่วมกันนี้ จะใช้เวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าช่วงหนึ่ง เช่น ประมาณ 3 เดือน แต่มักจะไม่ยาวนานเกิน 6 เดือน ในการฝึกปรือวิชา
เพื่อเร่งเครื่องให้ใช้เวลา 3 – 6 เดือนนี้อย่างเข้มข้น เทียบเท่ากับการใช้เวลาไป 1 – 2 ปี หากไม่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนี้
เมื่อครบกำหนดเวลา สตาร์อัพแต่ละรายจะต้องทำการ “สอบไล่” ด้วยการนำเสนอแผนการพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เติบโตในระยะต่อไปให้กับบรรดานักลงทุนและ VC ทั้งหลายที่คอยจะมา “ชอปปิง” หาธุรกิจที่ตรงกับแนวทางการลงทุนที่สนใจ
การ “สอบไล่” ของหน่วยงานตัวเร่งเครื่องสตาร์อัพ มักจะเรียกกันว่า Demo Day
ซึ่งอาจวัดผลสอบกันได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อขยายสเกลของธุรกิจ การได้รับข้อเสนอเพื่อขยายฐานลูกค้า การได้ข้อเสนอเพื่อซื้อหรือควบรวมธุรกิจ รวมถึงการเตรียมการเพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ เป็นต้น






