วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตัวเร่งเครื่องสตาร์ทอัพ

เมื่อมีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นในวงการบริหารจัดการธุรกิจ มักจะมีความงุนงงต่างๆ ติดตามมาด้วยเสมอ เช่น ในกรณีเรื่องของธุรกิจสตาร์ทอัพ

นอกจากเรื่องของความหมายของ สตาร์ทอัพ ว่าจะเหมือนหรือจะต่างกับ เอสเอ็มอี หรือธุรกิจในรูปแบบอื่นอย่างไรหรือไม่แล้ว ก็ยังจะมีเรื่องขององค์ประกอบต่างๆ ในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ต้องการคำชี้แจงที่กระจ่างว่า คำศัพท์ที่นำมาใช้แต่ละคำ มีความหมายอย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า Startup Accelerators หรือที่จะขออนุญาตถอดความเป็นภาษาไทยว่า ตัวเร่งเครื่องสตาร์ทอัพ

คำว่า Accelerators ถูกนำมาใช้ในบริบทของธุรกิจสตาร์ทอัพ เนื่องจากสตาร์ทอัพ แม้ว่าจะเป็นธุรกิจเริ่มใหม่ แต่ก็เป็นธุรกิจเริ่มใหม่ด้วยโมเดลธุรกิจที่ต้องการมุ่งสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยสนับสนุนที่เป็นตัวเร่งเครื่องมาช่วย

ตัวเร่งเครื่องสตาร์ทอัพ จะเข้ามามีบทบาทในช่วงเริ่มแรกของการก่อตัวของสตาร์ทอัพ แต่บทบาทของความเกี่ยวข้องจะแตกต่างไปจากองค์กรหรือหน่วยงานสนับสนุนที่เคยรู้จักกันมา ตั้งแต่ยุคที่ธุรกิจเอสเอ็มอีเคยบูมมาก่อนแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นหน่วยสนับสนุนเงินทุนประเดิมเริ่มต้น (Seed money) จากนิติบุคคลที่ทำธุรกิจร่วมลงทุน (VC) หรือเงินร่วมทุนจากบุคคลธรรมดาที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนจากไอเดียธุรกิจใหม่ๆ (Angle investors) ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนที่มีความสนใจและพร้อมที่จะนำเงินมาเสี่ยงเพื่อลงทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ

หรือหน่วยสนับสนุนในรูปแบบของหน่วยบ่มเพาะ (Incubators) ที่ช่วยจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจเริ่มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ อุปกรณ์สำนักงาน หรือแม้กระทั่งระบบจัดทำบัญชี เนื่องจากตัวผู้ประกอบการเอง มักจะต้องทุ่มทั้งเวลาและความสนใจไปให้กับการพัฒนาตัวธุรกิจ ดังนั้น จึงมักต้องการการสนับสนุนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจจากการให้บริการของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น จนกว่าธุรกิจจะเริ่มอยู่ตัวและดำเนินต่อไปได้ด้วยตัวเอง จึงค่อยแยกตัวออกจากศูนย์บ่มเพาะ

ส่วนหน่วยงานที่จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งเครื่องให้กับสตาร์อัพ (Startup Accelerators) มักจะมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพในช่วงเริ่มแรก โดยการรวบรวมกลุ่มของสตาร์อัพจำนวนหนึ่ง ประมาณไม่เกิน 20 คนหรือ 20 บริษัท เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้จากบรรดาผู้รู้หรือผู้ที่เคยประสบความสำเร็จในการเป็นสตาร์ทอัพมาก่อน

โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยลดช่วงเวลาที่สตาร์อัพใหม่มักจะต้องสูญเสียไปให้กับการลองผิดลองถูกก่อนที่จะได้สัมผัสกับความสำเร็จครั้งแรก

ลักษณะที่แตกต่างของตัวเร่งเครื่องสตาร์อัพอีกประการหนึ่งก็คือ บรรดาสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาทำงานและหาประสบการณ์ร่วมกันนี้ จะใช้เวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าช่วงหนึ่ง เช่น ประมาณ 3 เดือน แต่มักจะไม่ยาวนานเกิน 6 เดือน ในการฝึกปรือวิชา

เพื่อเร่งเครื่องให้ใช้เวลา 3 – 6 เดือนนี้อย่างเข้มข้น เทียบเท่ากับการใช้เวลาไป 1 – 2 ปี หากไม่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนี้

เมื่อครบกำหนดเวลา สตาร์อัพแต่ละรายจะต้องทำการ “สอบไล่” ด้วยการนำเสนอแผนการพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เติบโตในระยะต่อไปให้กับบรรดานักลงทุนและ VC ทั้งหลายที่คอยจะมา “ชอปปิง” หาธุรกิจที่ตรงกับแนวทางการลงทุนที่สนใจ

การ “สอบไล่” ของหน่วยงานตัวเร่งเครื่องสตาร์อัพ มักจะเรียกกันว่า Demo Day

ซึ่งอาจวัดผลสอบกันได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อขยายสเกลของธุรกิจ การได้รับข้อเสนอเพื่อขยายฐานลูกค้า การได้ข้อเสนอเพื่อซื้อหรือควบรวมธุรกิจ รวมถึงการเตรียมการเพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ เป็นต้น