วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับโครงสร้าง 'สภาพัฒน์' รับมือปฏิรูปประเทศ

การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจโลกที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว

 การปรับโครงสร้างบริหารประเทศยุคใหม่ จึงเป็นโจทย์ของทุกประเทศที่จะต้องเร่งปรับตัว ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงมีแผนในการปรับโครงสร้าง สศช. ให้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

โดย สศช. ยุคใหม่จะต้องก้าวออกจากการวางแผนพัฒนาประเทศเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นหน่วยงานจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และดูแลการปฏิรูปประเทศ

ภารกิจหลักหนึ่งของ สศช. ก็คือการวิจัย คิดค้นนวัตกรรมทางนโยบาย และยุทธศาสตร์ใหม่ๆให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่มีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ 

ในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการปรับเปลี่ยนเพิ่ม หรือลดกระทรวงต่างๆได้รวดเร็ว เพื่อรองรับต่อสถานการณ์ ประเทศไทยก็ต้องคิดค้นนวัตกรรมทางนโยบายการบริหารประเทศที่เป็นของตัวเอง เหมาะสมกับพื้นฐานของประเทศเช่นกัน

สศช. ยุคใหม่จะต้องมีหน่วยงานวิจัย วิเคราะห์เทรนของโลกในอนาคต เพื่อให้รับมือต่อการเปลี่ยนแปลงได้ทัน และจะต้องวิเคราะห์หาทางออกได้หลายๆทาง เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกแนวทางที่ดีที่สุดของประเทศซึ่งจะทำให้ไทยรอดพ้นกับดักต่างๆอย่างรวดเร็ว

สศช.ยังต้องก้าวไปสร้างความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ เท่ากันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน รวมทั้งจะต้องขยายขอบข่ายของงาน เพิ่มจากเดิมที่วางแผนในด้านสังคมและเศรษฐกิจ ก้าวไปสู่การวางแผนด้านความมั่นคงเพราะความมั่งคั่งและความมั่นคงจะต้องเดินไปด้วยกัน เพราะหากประเทศชาติขาดความมั่นคงก็จะกระทบต่อความมั่งคั่งด้วย

การปรับโครงสร้างของ สศช. ครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว หากแผนทุกอย่างทำได้ตามเป้าหมาย สศช. สามารถเล่นบทบาทใหม่ได้อย่างเต็มที่ ก็จะสามารถพลิกโฉมประเทศไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีทั้งความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน

แต่อุปสรรค์ที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ก็คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะหากมีรัฐบาลใหม่ แล้วพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ สศช. จนขัดต่อการเดินหน้ายุทธศาสตร์ของชาติ ก็จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่วังวนแบบเดิมๆเดินอยู่กับที่ จึงจำเป็นที่จะต้องหากลไกในการปกป้องยุทธศาสตร์ให้เดินไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ที่สำคัญประชาชนทุกคนจะต้องจับตาการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด หากนโยบายใดที่บั่นทอนประเทศชาติในระยะยาว ประชานิยมเกินเหตุ ก็จะต้องออกมาช่วยปกป้อง เพราะอำนาจในการควบคุมรัฐบาลอยู่ในมือของประชาชนทุกคน 

 ..........................................

วัชร ปุษยะนาวิน [email protected]