วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดการทะลุกลางปล้อง

มีคนจำนวนหนึ่งที่รอไม่ได้ที่จะให้คนอื่นบอกล่าวให้จบเรื่องใดเรื่องหนึ่งเสียก่อน

 คนเหล่านี้ขัดจังหวะการพูดการสนทนาอยู่เป็นประจำ ฟังไปได้อีกนิดหน่อยก็ทะลุกลางป้องอีกแล้ว การสนทนากับคนแบบนี้จึงเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของชีวิต ใครที่เตรียมตัวรับมือการขัดจังหวะไม่ดีพอ ก็จะกลายเป็นคนที่พูดอะไร นำเสนออะไรไม่จบเรื่องสักที นอกจากนั้นยังอาจทำให้เรื่องดี ๆ ดูเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องได้ง่าย ๆ

การขัดจังหวะแบบทะลุกลางปล้อง เกิดขึ้นเป็นปกติในบางวัฒนธรรม ซึ่งคนที่ไม่คุ้นเคยอาจเห็นเป็นเรื่องใหญ่โต ดังนั้นควรสังเกตการสนทนา การนำเสนอในวงการนั้นว่ายอมรับการทะลุกลางปล้องมากน้อยแค่ไหน ถ้าสังเกตเห็นว่าต่างคนต่างขัดจังหวะกัน โดยไม่มีใครโกรธใคร ก็ให้ทำใจยอมรับการขัดจังหวะ แต่อย่าหยุดการสนทนา หรือการนำเสนอนั้น ถ้าขัดจังหวะเป็นเรื่องที่ไม่ถือสากัน ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับการขัดจังหวะนั้น อยากบอกอยากเสนออะไรก็เสนอต่อไป เสมือนหนึ่งไม่มีการขัดจังหวะนั้น แต่ที่สำคัญคือให้นำเสนอต่อเนื่องจากก่อนที่ถูกขัดจังหวะนั้นอย่างพอดี คืออย่างข้ามประเด็นที่เรากำลังนำเสนอนั้น ไปเป็นประเด็นอื่นโดยปราศจากความต่อเนื่อง ถ้าการขัดจังหวะไม่มีผลให้ความต่อเนื่องของสาระที่กำลังนำเสนอหายไป การขัดจังหวะก็ไม่มีผลเสียใด ๆ นอกจากต้องใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น

ในขณะที่ในบางวัฒนธรรมเห็นว่าการขัดจังหวะเป็นการแสดงอำนาจที่เหนือกว่า การขัดจังหวะในวงสนทนาภายใต้วัฒนธรรมนี้ละเลยไม่ได้ เพราะถ้าคนขัดจังหวะคิดว่าตนใหญ่กว่า ขัดจังหวะใคร คนนั้นต้องหยุดแล้วฟังตนเองก่อน ถ้าประเมินดูแล้วว่าถูกขัดจังหวะจากคนใหญ่คนโต ก็ให้หยุดสักนิด จนกว่าคนใหญ่คนโตนั้นจะหยุดทะลุกลางปล้อง แล้วสรรเสริญเยินยอคำขัดจังหวะนั้นสักนิดหน่อย แค่นี้ก็เอาตัวรอดให้สามารถนำเสนอเรื่องที่ต้องการได้จนจบ ขัดจังหวะเมื่อใดก็หยุด หยุดขัดจังหวะเมื่อใด เยินยอไปแบบลม ๆแล้ง ๆสักนิดหน่อย แล้วเดินหน้าของเราต่อไป

แต่ถ้าประเมินแล้วว่านายคนที่ชอบทะลุกลางปล้องนั้นก็แค่ธรรมดา ๆคนหนึ่ง ขัดจังหวะเมื่อใดให้เตือนกลับไปเลยว่าความเห็นของท่านน่าสนใจ แต่ขอให้รอให้เราบอกกล่าวให้จบเสียก่อน ซึ่งน่าจะได้ผลดีขึ้น หากไม่กล่าวถึงคนขัดจังหวะนั้นโดยตรง แต่กล่าวถึงการขัดจังหวะนั้นโดยรวม ๆ เพื่อไม่ให้มีการเสียหน้า แล้วอาละวาดต่างๆ นานา เพื่อชดเชยการเสียหน้านั้น ถ้อยคำในการกล่าวเตือนการขัดจังหวะสำหรับคนบางกลุ่มค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นขอให้พยายามใช้ถ้อยคำที่เป็นไปในทางบวกไว้เสมอ เช่นข้อเสนอของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องนี้ แต่จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นหากเรามาช่วยกันคิด หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว

การรับมือการขัดจังหวะอีกแบบหนึ่งคือตั้งคำถามในประเด็นที่ถูกขัดจังหวะนั้นกลับคืนไป ทะลุกลางปล้องมาเรื่องอะไรก็ถามต่อเรื่องนั้น คำถามที่ง่ายที่สุดคือขอทราบเหตุผลของการขัดจังหวะนั้นว่าจะช่วยให้เรื่องที่กำลังนำเสนออยู่นั้นดีขึ้นอย่างไร ด้วยวิธีใด ข้อดีของวิธีนี้คือช่วยลดการขัดจังหวะครั้งต่อไปลงได้ เพราะใครขัดคนนั้นต้องเก่งพอจะตอบคำถามต่อเนื่องจากที่ตนเองไปขัดเขาได้ ขัดจังหวะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ตอบคำถามต่อเนื่องจากที่ไปขัดจังหวะเขาไว้ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้อเสียของวิธีนี้คือมีโอกาสออกนอกเรื่องไปไกลได้มาก โดยเฉพาะในวงการของจอมตะแบง ที่เถียงแบบข้าง ๆคูๆ ที่แย่ขึ้นไปอีกคืออาจลดคุณค่าของเรื่องที่นำเสนอลงได้มาก เพราะหมดเวลาไปกับการรับมือการขัดจังหวะจนต่อเรื่องที่ตั้งใจนำเสนอนั้นให้เป็นแก่นสารสาระไม่ได้

การขัดจังหวะอาจเกิดขึ้น เพราะจังหวะการนำเสนอของเราเปิดโอกาสให้ขัดจังหวะได้ง่าย เช่นนำเสนอยาวเกินไป ลองตัดต่อข้อความที่จะบอกกล่าวคนอื่นให้กระชับมากขึ้น ข้อความที่สั้นลงแต่แน่นด้วยสาระยากต่อการทะลุกลางปล้อง ข้อความที่ยืดยาวแต่ด้อยสาระเปิดช่องให้ขัดจังหวะได้ง่าย การยกตัวอย่างประกอบการนำเสนอที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ เปิดโอกาสให้ขัดจังหวะได้ง่าย การนำเสนอความเห็นที่ปราศจากหลักฐานสนับสนุนกระตุ้นการขัดจังหวะ ควรหาทางทำให้ทุกนาทีที่นำเสนอมีสาระ มีหลักฐาน เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกันไป แทนที่จะก้มหน้าก้มตาหาทางรับมือการขัดจังหวะแต่เพียงอย่างเดียว