วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทคโนโลยียุคใหม่ ช่วยเพิ่มโอกาส

บรรยากาศทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ ทั่วโลก รวมทั้งไทย อยู่ในสถานะนิ่ง ไม่เติบโต

 จากผลสำรวจรอยเตอร์/อิปซอส ระบุ 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่กินข้าวนอกบ้านน้อยลงในช่วงกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเพราะต้นทุนอาหารนอกบ้านที่มีราคาแพง สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น สำหรับธุรกิจร้านอาหารหรือภัตตาคาร ในยุคที่ธุรกิจนี้พยายามพลิกฟื้นรายได้และผลกำไร หลังจากธุรกิจไม่มีการเติบโตเลยตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากการแข่งขันอย่างดุเดือดจากบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัทขายอาหารพร้อมรับประทานที่ส่งตรงถึงบ้านอย่างบลูแอพรอน และร้านขายของชำหน้าใหม่ๆ เช่น อะเมซอน ดอท คอม ที่เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของธุรกิจร้านอาหาร

ส่วนประเทศไทย ร้านอาหารต่างๆ ค่อนข้างซบเซา แม้อาจจะไม่มีสำรวจตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าเราเดินสำรวจร้านอาหาร ทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านเดี่ยวๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงความซบเซา ร้านอาหารอาจเปิดใหม่ๆ มากมาย แต่ที่จะอยู่รอดได้ มีเพียงไม่มากนัก เปิด 100 ร้าน อาจรอดเพียง 3-4 ร้าน

ขณะที่ สถานการณ์ตลาดสินค้าไอทีนั้น การเติบโตชะงักมานานหลายปี ไม่เพียงเศรษฐกิจซบ แต่เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเป็นสาเหตุหลัก หากตลาดนี้ก็ไม่ตาย โดยผู้เชี่ยวชาญในตลาดไอทีบอกว่า ตลาดไอทีได้ปรับตัว เปลี่ยนเป้าหมายสู่ลูกค้าที่ต้องการเฉพาะด้าน (niche market) เช่น คอมพิวเตอร์เกมมิ่ง หรือคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งไทยถือเป็นตลาดสำคัญของคอมพิวเตอร์เกมมิ่ง โดยเป็นอันดับที่ 2 รองจากไต้หวัน ทั้งนี้นับเฉพาะตลาดคอมพิวเตอร์เกมมิ่งเอเชีย ไม่รวมจีน

ตลาดคอมพิวเตอร์ของไทยมีประมาณ 2.4 ล้านเครื่องต่อปี ตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา และน่าจะอยู่ระดับนี้ไปอีก 2-3 ปีเช่นกัน แบ่งเป็นคอมเมอร์เชียล 1 ล้านเครื่อง คอนซูเมอร์ 1.4 ล้านเครื่อง ในคอนซูเมอร์แบ่งเป็นโน้ตบุ๊ค 8-9 แสนเครื่อง เดสก์ทอป 5 แสนเครื่อง โดยราคาของเครื่องจะเพิ่มขึ้น โน้ตบุ๊คราคาเฉลี่ยอยู่ประมาณ 2 หมื่นบาทต้นๆ จากปีก่อน 1.9 หมื่นบาท แต่ถ้าใช้เล่นเกมจะอยู่ประมาณ 3 หมื่นบาทขึ้นไป ถ้าพีซีเกมมิ่งประมาณ 5-6 หมื่นบาทขึ้นไป และส่วนต่างกำไรก็เพิ่มจากเคยลดไปเหลือ 3-5% เพิ่มมาระดับ 7-10%

จากทิศทางที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่า อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะโลกยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีที่สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพมากขึ้น ทั้งการดำเนินชีวิตปกติ การทำธุรกิจ หรือความบันเทิง 

การเติบโตทาง เศรษฐกิจที่เคยมี 7-8% เมื่อ 2 ทศวรรษก่อน มาถึงปัจจุบันไม่มีบรรยากาศเช่นนั้นอีกแล้ว ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเติบโตเพียง 3.2% ขณะที่เศรษฐกิจโลกฟุบลง ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีความหวังจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ความหวังที่จะเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้คือ กลุ่มสตาร์ทอัพ ซึ่งสตาร์ทอัพทั่วโลกรวมกันมีเงินทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ มีสตาร์ทอัพที่โดดเด่น 229 ราย เกิดขึ้นมาจากรายเล็กๆ ซึ่งไทยก็กำลังส่งเสริมสตาร์ทอัพแข่งกับโลก โดยผู้เล่นหน้าใหม่ของสตาร์ทอัพอาจเป็นหน้าเก่าจากวงการอื่น ความสำเร็จวันนี้ไม่จำกัดอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป ทุกคนล้วนมีโอกาสรออยู่ข้างหน้า เพียงแต่จะมองเห็น และไขว่คว้าหรือไม่