ขอขอบคุณและชื่นชม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ผลักดันแนวคิดการเปลี่ยนแปลง
เชิงกลยุทธ์ในการปรับวิธีการสรรหาผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อร่วมขับเคลื่อนจังหวัดไปสู่ Thailand 4.0
ระบบการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน ไม่สามารถตอบสนองต่อพันธกิจการพัฒนาชาติในปัจจุบัน ได้ครบทุกมิติ จึงมีความจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ระบบสรรหาเป็นพัฒนาการต่อจากระบบการแต่งตั้งก่อนไปสู่การเลือกตั้งที่เหมาะสมกับประเทศไทย มีขั้นตอนการดำเนินงานที่สำคัญสามขั้นตอน
ขั้นตอนทั้งสามคือ (1) การคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าอยู่ในบัญชีรายชื่อที่จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด (Pool of Governor Candidates) (2) การคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และ (3) การให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพ้นจากตำแหน่ง
ระบบบัญชีรายชื่อจำเป็นต้องเป็นระบบเปิด ไม่ปิดกั้นอยู่กับคนกลุ่มเล็กๆ ของสังคมไทยเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เปิดการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะโดยอัตโนมัติไม่ต้องร้องขอ และเปิดโอกาสอย่างกว้างขวางที่สุดให้กับคนไทยทุกวัย ทุกเพศ ทุกสาขาอาชีพ ภาครัฐทุกกระทรวงและเอกชนทุกกลุ่ม และทุกเชื้อชาติ
บุคคลที่สนใจที่จะมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อจะต้องแสดงเจตจำนงของตนด้วยการสมัครและส่งหลักฐานแสดงคุณสมบัติของตน เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่บัญชีรายชื่อ ดำเนินการตรวจสอบ กลั่นกรอง และพิจารณาบรรจุรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนไว้ในบัญชีรายชื่อ
บุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เป็นผู้มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และเกียรติคุณเป็นที่ยอมรับว่าเป็นคน “ดี เด่น ดัง เก่งและเป็นมืออาชีพ” อย่างประจักษ์ชัดเจน
บุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อจะต้องแสดงความประสงค์และความตั้งใจด้วยการสมัครเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด โดยแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจ เกี่ยวกับสภาพความเป็นจริง เงื่อนไขและข้อจำกัด รวมทั้งความต้องการของจังหวัด และนำเสนอแผนงานและกลยุทธ์การดำเนินงานที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด
เมื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว บุคคลผู้นั้นไม่มีสถานะเป็นข้าราชการ มีสัญญาการปฏิบัติงานที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน การประเมินผลการทำงานจะทำทุกๆ ๖ เดือน หากไม่ผ่านการประเมิน ๒ ครั้งติดต่อกันให้พ้นจากตำแหน่ง สถานะและรูปแบบลักษณะนี้ปัจจุบันมีให้เห็นแล้วสำหรับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ
องค์ประกอบของคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่บัญชีรายชื่อ คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการประเมินผลงานของผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความเสียสละ และมาจากบุคคลหลายกลุ่ม ได้แก่ จากการแต่งตั้งของรัฐบาล ผู้แทนสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐ ผู้แทนหน่วยงานเอกชน และผู้แทนภาคประชาชนทั้งคนหนุ่มสาวและผู้สูงวัย
แนวทางการสรรหาผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาจังหวัดดังกล่าวข้างต้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งอื่นๆ ในหน่วยงานราชการ ได้แก่ ปลัด อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานราชการ และผู้บังคับบัญชาระดับกลาง รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เหมาะสม
นอกจากงานพัฒนาจังหวัดแล้วงานของรัฐบางประเภทที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้กับบุคคลที่มีคุณสมบัติข้างต้นเท่านั้นแต่อาจจะเปิดโอกาสให้กับคนทุกสัญชาติ เช่น งานสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ งานการค้าระหว่างประเทศ งานวิจัยและนวัตกรรม เป็นต้น ประเทศไทยก็จะได้คนดีมีคุณภาพและเก่งมาพัฒนาประเทศ ดังเฉกเช่นที่บรรพบุรุษของไทยเราเคยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาร่วมพัฒนาสร้างความเจริญให้กับประเทศไทยแล้วในอดีต
เมื่อรัฐบาลดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์จนได้หัวหน้าทีม และบุคลากรภาครัฐที่ “ดี เด่น ดัง เก่ง และเป็นมืออาชีพ” มาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ก็เป็นดั่งสะพานที่มั่นคงทอดข้ามจากฝั่งของความฝันไปสู่ความจริงของ Thailand 4.0 ส่งมอบเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงให้คนไทยทั้งชาติในยุคนี้และยุคต่อๆ ไป ในภายภาคหน้า
บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ผูกพัน และไม่ใช่ในนามของพนักงาน PEA
---------------------
ธงชัย มีนวล









