วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับปรุงภาพลักษณ์คอร์รัปชัน

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทย ประจำปี 2559 จากการจัดอันดับ

เกี่ยวกับภาพลักษณ์คอร์รัปชันใน 175 ประเทศทั่วโลกขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ปรากฏว่าไทยหล่นไปอยู่อันดับ 101 จากอันดับ 76 เมื่อปี 2558 โดยคะแนนลดลงเหลือ 35 จากปีก่อนที่ได้ 38 คะแนน และมีการนำดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันไปเชื่อมโยงกับสภาพการเมือง เพราะการปิดกั้นของภาครัฐ การขาดการตรวจสอบดูแลที่เป็นอิสระ และสิทธิที่เสื่อมถอยลง ล้วนปั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย

สำหรับประเทศในเอเชียอาคเนย์นั้น นอกจากสิงคโปร์ที่ติด 10 อันดับแรกแล้ว ประเทศอื่นปรากฏว่าบรูไนอยู่อันดับ 44 มาเลเซียอยู่อันดับ 55 อินโดนีเซียอันดับที่ 90 และฟิลิปปินส์ในอันดับที่ 101 เท่ากับไทย รายงานสะท้อนว่าภาพลักษณ์คอร์รัปชัน มีแพร่หลายทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว เพราะ 69 ประเทศมีคะแนนต่ำกว่า 50 อีกทั้งประเทศที่อันดับลดลง ยังมีมากกว่าประเทศที่อันดับดีขึ้น ในภาพรวมนั้น องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติระบุว่า ภาพลักษณ์ของการคอร์รัปชันที่มากขึ้นและความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมเมื่อปีที่แล้ว บ่มเพาะให้เกิดนักการเมืองที่อิงกระแสความไม่พอใจดังกล่าว ที่เห็นได้ชัดคือกรณีของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม รายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ระบุว่ากลุ่มหรือผู้ที่แสดงท่าทีต่อต้านสถาบันแบบเดิมๆ มักล้มเหลวในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เมื่อได้ขึ้นสู่อำนาจ พร้อมชี้ว่าคะแนนของประเทศอย่างฮังการีกับตุรกี ซึ่งมีผู้นำที่รวบอำนาจไว้ในมือ ลดลงในช่วงปีหลังๆ ส่วนอาร์เจนตินามีคะแนนดีขึ้นหลังจากผู้นำที่ใช้นโยบายประชานิยม หลุดจากตำแหน่ง องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติแนะนำว่า ภาครัฐควรจำกัดบทบาทของผู้นำภาคธุรกิจในตำแหน่งระดับสูงของภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตและการกระจายความมั่งคั่ง-อำนาจอย่างไม่เท่าเทียมกันในสังคม ทั้งยังเรียกร้องให้มีการควบคุมภาคธนาคารและธุรกิจอื่นๆ ที่ช่วยฟอกเงิน รวมถึงห้ามตั้งบริษัทลับที่ปกปิดตัวตนเจ้าของที่แท้จริง

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันที่ย่ำแย่ของไทย มีขึ้นไล่เลี่ยกับข่าวสินบนอื้อฉาว โดยการสอบสวนสินบนบริษัทโรลส์-รอยซ์ ที่จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างในบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากหน่วยงานด้านการปราบปรามการทุจริตเริ่มเดินหน้าสอบสวน แม้ทั้งสองหน่วยงานมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาแล้วก็ตาม โดยการตรวจสอบในขณะนี้มีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบ ประกอบไปด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสตง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือปปง. รวมทั้งคณะกรรมการตรวจสอบของปตท.และการบินไทย

ผลการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ ต้องอธิบายอย่างชัดเจนถึงเรื่องราวความเป็นมา รวมถึงต้องมีการเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าต่อสาธารณชนเป็นระยะ และหากพบความไม่ชอบมาพากล ก็ต้องลงมือจัดการทันที รวมถึงจัดวางแนวทางป้องกัน ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และสร้างจิตสำนึกในระยะยาวให้บุคคลทุกภาคส่วน ต่อต้านพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และในทุกระดับชั้น เพื่อความโปร่งใสและความก้าวหน้าของสังคม รวมถึงประเทศชาติ