วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

วันที่ผมชวน 'เปิดใจ' กับนายกฯลาวทองลุน สีสุลิด

วันที่ผมชวน 'เปิดใจ' กับนายกฯลาวทองลุน สีสุลิด

ท่านนายกรัฐมนตรี “ทองลุน สีสุลิด” แห่ง สปป. ลาวย้ำถึงความสำคัญของการ “เปิดใจ”

 ในการคบหาระหว่างมิตรสหาย เพราะหาก “เปิดใจ” แล้วการ “เปิดประตู” และ “เปิดอุปสรรคและสิ่งกีดขวาง” ก็จะตามมาอย่างไม่ยากเย็นนัก

ผมนั่งลงสัมภาษณ์ท่านก็ขอ “เปิดใจ” ทันที เพราะได้ข่าวก่อนหน้านี้ ว่าท่านจะให้คณะรัฐมนตรีของท่าน ทำเป็นตัวอย่างให้กับคนทั้งชาติในเรื่องวินัย ความประหยัด และการปราบพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง

นายกฯทองลุน ยืนยันว่าเป็นความจริงที่ท่านวางนโยบายเรื่องเหล่านี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในประเทศ และให้ประชาชนมีความเชื่อถือศรัทธา ในผู้รับผิดชอบบริหารบ้านเมือง

“ข้าพเจ้าเป็นผู้เสนอ ท่านประธานประเทศ (บุนยัง วอละจิต) เป็นผู้สั่งการในเรื่องนี้ และรัฐมนตรีทุกท่านก็เห็นพ้องต้องกัน ว่าเราจะต้องทำตามนโยบายนี้” นายกฯพูดด้วยความหนักแน่น

นโยบายนี้ก็ไม่ต่างกับแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทยเพราะเน้นเรื่องไม่ฟุ่มเฟือยใช้จ่ายเกินตัว แต่หากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ทำเป็นรูปแบบให้เห็นแล้ว จะคาดหวังให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นหรือทำตามก็ย่อมเกิดยาก

นายกฯทองลุนได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่า รัฐมนตรีตั้งแต่นายกฯ ลงไปจะคืนรถยี่ห้อแพงๆ ไม่ว่าจะเป็นเบนซ์หรือบีเอ็มดับบลิว เพื่อประมูลขายออกไป และซื้อรถราคาปานกลางเช่นยี่ห้อโตโยต้ามาใช้แทน เพราะหนึ่งคันแพงซื้อคันราคาปานกลางได้ถึง 3 คัน อีกทั้งยังประหยัดค่าซ่อมแซม ดูแลและค่าน้ำมันได้อีกด้วย

เมื่อรัฐมนตรีและข้าราชการดำเนินวิถีชีวิตอย่างพอเพียง คอร์รัปชันก็ควรจะลดน้อยลง และยิ่งหากผู้นำประเทศเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการฉ้อฉลแล้ว ก็จะยิ่งจะยกระดับความศรัทธาของประชาชนต่อผู้บริหารประเทศ

นโยบายอีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นการ “ลงดาบ” เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้อันสำคัญยิ่ง คือการห้ามส่งออกไม้ซุง (หรือ “ไม้ท่อน”) และการส่งออกในรูปแบบแปรรูปก็จะต้องมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด

การตัดสินใจ “ปิดป่า” เพื่อรักษาป่าให้กับชนรุ่นหลังและปกปักรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อสนองความต้องการของนายทุนที่ทำกำไรจากสมบัติของชาติ เป็นความกล้าหาญทางการเมืองที่น่าสรรเสริญ และยิ่งประกาศเป็นนโยบายเปิดเผย ประชาชนตรวจสอบได้ก็ยิ่งทำให้รัฐมนตรีและข้าราชการทั้งหลายต้องเดินตามแนวทางนี้ บูดเบี้ยวไปจากหลักการนี้ไม่ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมถามคือคำสั่งของนายกฯ ให้แก้ปัญหาบรรดาครูในต่างจังหวัด ที่อยู่ไกลปืนเที่ยงที่ได้รับเงินเดือนล่าช้าเป็นเดือน ๆ อย่างเด็ดขาดเสีย นั่นคือให้จ่ายเงินเดือนตรงตามเวลา ไม่ใช่ล่าช้า 3 เดือนบ้าง 4 เดือนบ้างจนกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง บ่อนทำลายขวัญและกำลังใจของครูในชนบท ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างเยาวชนให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ

ผมถามว่ามีนักธุรกิจไทยบางคนเป็นห่วงว่า เมื่อการลงทุนจากจีนและเวียดนามเพิ่มขึ้นใน สปป. ลาวจนแซงหน้าไทยไปแล้ว รัฐบาลลาวจะลดความใกล้ชิดสนิทสนมกับไทยหรือไม่?

นายกฯทองลุนตอบทันควัน “ไม่จริง ความสัมพันธ์ของประเทศลาวกับไทยจะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น เพราะเราต่างก็มีความผูกพันกันมาช้านาน และเราจะร่วมมือกันเพิ่มการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศให้ขยายตัวต่อเนื่องอีกแน่นอน...ไม่ต้องกังวล”

จากการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ Lao-Thai Business Forum 2017 ที่กรุงเวียงจันทน์ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมีการติดตามรายละเอียดของข้อเสนอ ที่จะสร้างความเข้มข้นทางด้านความสัมพันธ์ในทุก ๆ ทางอย่างใกล้ชิด โดยสภาหอการค้าของลาวกับไทย และสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพและสมาคมลาว-ไทย เพื่อมิตรภาพจะประสานงานเกาะติดอย่างใกล้ชิดต่อไป

มิตรภาพที่ยั่งยืนย่อมมาจากผลงานที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น