ท่านนายกรัฐมนตรี “ทองลุน สีสุลิด” แห่ง สปป. ลาวย้ำถึงความสำคัญของการ “เปิดใจ”
ในการคบหาระหว่างมิตรสหาย เพราะหาก “เปิดใจ” แล้วการ “เปิดประตู” และ “เปิดอุปสรรคและสิ่งกีดขวาง” ก็จะตามมาอย่างไม่ยากเย็นนัก
ผมนั่งลงสัมภาษณ์ท่านก็ขอ “เปิดใจ” ทันที เพราะได้ข่าวก่อนหน้านี้ ว่าท่านจะให้คณะรัฐมนตรีของท่าน ทำเป็นตัวอย่างให้กับคนทั้งชาติในเรื่องวินัย ความประหยัด และการปราบพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง
นายกฯทองลุน ยืนยันว่าเป็นความจริงที่ท่านวางนโยบายเรื่องเหล่านี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในประเทศ และให้ประชาชนมีความเชื่อถือศรัทธา ในผู้รับผิดชอบบริหารบ้านเมือง
“ข้าพเจ้าเป็นผู้เสนอ ท่านประธานประเทศ (บุนยัง วอละจิต) เป็นผู้สั่งการในเรื่องนี้ และรัฐมนตรีทุกท่านก็เห็นพ้องต้องกัน ว่าเราจะต้องทำตามนโยบายนี้” นายกฯพูดด้วยความหนักแน่น
นโยบายนี้ก็ไม่ต่างกับแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทยเพราะเน้นเรื่องไม่ฟุ่มเฟือยใช้จ่ายเกินตัว แต่หากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ทำเป็นรูปแบบให้เห็นแล้ว จะคาดหวังให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นหรือทำตามก็ย่อมเกิดยาก
นายกฯทองลุนได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่า รัฐมนตรีตั้งแต่นายกฯ ลงไปจะคืนรถยี่ห้อแพงๆ ไม่ว่าจะเป็นเบนซ์หรือบีเอ็มดับบลิว เพื่อประมูลขายออกไป และซื้อรถราคาปานกลางเช่นยี่ห้อโตโยต้ามาใช้แทน เพราะหนึ่งคันแพงซื้อคันราคาปานกลางได้ถึง 3 คัน อีกทั้งยังประหยัดค่าซ่อมแซม ดูแลและค่าน้ำมันได้อีกด้วย
เมื่อรัฐมนตรีและข้าราชการดำเนินวิถีชีวิตอย่างพอเพียง คอร์รัปชันก็ควรจะลดน้อยลง และยิ่งหากผู้นำประเทศเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการฉ้อฉลแล้ว ก็จะยิ่งจะยกระดับความศรัทธาของประชาชนต่อผู้บริหารประเทศ
นโยบายอีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นการ “ลงดาบ” เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้อันสำคัญยิ่ง คือการห้ามส่งออกไม้ซุง (หรือ “ไม้ท่อน”) และการส่งออกในรูปแบบแปรรูปก็จะต้องมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด
การตัดสินใจ “ปิดป่า” เพื่อรักษาป่าให้กับชนรุ่นหลังและปกปักรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อสนองความต้องการของนายทุนที่ทำกำไรจากสมบัติของชาติ เป็นความกล้าหาญทางการเมืองที่น่าสรรเสริญ และยิ่งประกาศเป็นนโยบายเปิดเผย ประชาชนตรวจสอบได้ก็ยิ่งทำให้รัฐมนตรีและข้าราชการทั้งหลายต้องเดินตามแนวทางนี้ บูดเบี้ยวไปจากหลักการนี้ไม่ได้
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมถามคือคำสั่งของนายกฯ ให้แก้ปัญหาบรรดาครูในต่างจังหวัด ที่อยู่ไกลปืนเที่ยงที่ได้รับเงินเดือนล่าช้าเป็นเดือน ๆ อย่างเด็ดขาดเสีย นั่นคือให้จ่ายเงินเดือนตรงตามเวลา ไม่ใช่ล่าช้า 3 เดือนบ้าง 4 เดือนบ้างจนกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง บ่อนทำลายขวัญและกำลังใจของครูในชนบท ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างเยาวชนให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ
ผมถามว่ามีนักธุรกิจไทยบางคนเป็นห่วงว่า เมื่อการลงทุนจากจีนและเวียดนามเพิ่มขึ้นใน สปป. ลาวจนแซงหน้าไทยไปแล้ว รัฐบาลลาวจะลดความใกล้ชิดสนิทสนมกับไทยหรือไม่?
นายกฯทองลุนตอบทันควัน “ไม่จริง ความสัมพันธ์ของประเทศลาวกับไทยจะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น เพราะเราต่างก็มีความผูกพันกันมาช้านาน และเราจะร่วมมือกันเพิ่มการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศให้ขยายตัวต่อเนื่องอีกแน่นอน...ไม่ต้องกังวล”
จากการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ Lao-Thai Business Forum 2017 ที่กรุงเวียงจันทน์ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมีการติดตามรายละเอียดของข้อเสนอ ที่จะสร้างความเข้มข้นทางด้านความสัมพันธ์ในทุก ๆ ทางอย่างใกล้ชิด โดยสภาหอการค้าของลาวกับไทย และสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพและสมาคมลาว-ไทย เพื่อมิตรภาพจะประสานงานเกาะติดอย่างใกล้ชิดต่อไป
มิตรภาพที่ยั่งยืนย่อมมาจากผลงานที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น





