เพิ่งเสร็จสิ้นงานฉลองปีใหม่หมาดๆ สำนักข่าวต่างประเทศ นำเสนอข่าวตำรวจกัมพูชา
มีแผนจะจับกุมผู้ต้องสงสัย “คดีหมิ่นเจ้า” 3 คน โดย 1 ใน 3 คนนี้ เชื่อว่าอยู่ในประเทศไทย
สืบเนื่องจากมีการตัดต่อภาพ ที่เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์ราชอาณาจักรกัมพูชา
ภาพตัดต่อที่ไม่เหมาะสมนี้ ปรากฏอยู่ในบัญชีเฟซบุ๊คหลายบัญชีทั้งในกัมพูชาและไทย
โฆษกกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า ได้สั่งการให้จับกุมผู้ต้องสงสัยแล้ว หากเราไม่ดำเนินการใดๆ ก็อาจจะทำให้มีคนกระทำตามอย่างมากขึ้น
“พระมหากษัตริย์ทรงเป็นตัวแทนของประเทศชาติ พวกเขากำลังหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระองค์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการดูหมิ่นประเทศชาติด้วย”
แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนเชื่อว่าพำนักอยู่ในกัมพูชา ส่วนผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 อยู่ในไทย ขณะนี้ทางการกัมพูชา กำลังพิจารณาเพื่อประสานขอความร่วมมือไปยังทางการไทยในการให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้
มีข้อน่าสังเกตกัมพูชาไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพบังคับใช้ในประเทศ แต่กรณีนี้ รัฐบาลสมเด็จฮุน เซน ยอมไม่ได้
เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี และพระราชินีโมนิก พระวรราชมารดา เสด็จฯ ฉลองเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560 ที่จังหวัดกรุงพระสีหนุ โดยประทับรถไฟพระที่นั่งออกจากกรุงพนมเปญ และแวะเยี่ยมพสกนิกรสองข้างทางรถไฟ
พรรคฝ่ายค้านกัมพูชา วิจารณ์ว่า สมเด็จฮุน เซน พยายามสร้างกระแส “หมิ่นเจ้า” เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยหวังคะแนนเสียงจากชาวกัมพูชา ที่ยังรักและศรัทธาในราชวงศ์
ถ้ายังจำกันได้ 27 ตุลาคม 2559 นสพ.พนมเปญโพสต์ นำเสนอข่าวรัฐบาลกัมพูชา ได้รับการประสานจากรัฐบาลไทย เรื่องขอให้ทางการกัมพูชาส่งตัวผู้ต้องหาคดี 112 ชาวไทย 3 รายที่หลบหนีไปอยู่ในกัมพูชา กลับมาดำเนินคดีในไทย
โดยทางการกัมพูชา ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งไทยกับกัมพูชา เคยร่วมลงนามในสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเมื่อปี 2544
จะมีการแลกตัวผู้ต้องหา “คดีหมิ่นเจ้า” ของสองชาติหรือไม่? เป็นเรื่องที่น่าติดตามยิ่ง






