วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

5 เทรนด์กิจการเพื่อสังคม ปี 2017

เมื่อเร็วๆ นี้ Council of Foundations สมาคมที่มุ่งช่วยเหลือหน่วยงานไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐอเมริกา ได้จัดทำรายงาน “The 2017 TrendspottingSeries”

โดยรวบรวมนักคิดจากหลากหลายสาขามาร่วมกันคาดการณ์แนวคิดใหม่ๆ หรือ “Big Idea” ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกในปี 2017

หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจจากรายงานดังกล่าว คือ “5 แนวโน้มของกิจการเพื่อสังคม” (Five Trends in Social Enterprise) ที่ให้มุมมองโดย “คาร์ลา จาวิทส์” ประธานและซีอีโอจากองค์กร “REDF” กิจการเพื่อสังคมในสหรัฐอเมริกาที่มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสหรือยากที่จะหางานทำ เช่น คนไร้บ้าน ผู้ติดยา ให้มีงานทำและหาเลี้ยงชีพได้โดยเธอได้คาดการณ์แนวโน้มของกิจการเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise (SE) ในปีนี้ไว้ดังนี้

1.ผลลัพธ์ที่จับต้องได้...หัวใจของกิจการเพื่อสังคม ไม่ว่ากิจการเพื่อสังคมหรือ SE จะดำเนินการใดๆ หรือให้ความช่วยเหลือสังคมในรูปแบบใดก็ตาม ต่อไปนี้ความสำเร็จเกิดจะขึ้นได้จำเป็นต้องมีผลลัพธ์หรือผลงานอันเป็นที่ประจักษ์และจับต้องได้เพื่อยืนยันความสำเร็จดังกล่าว

ปัจจุบันกิจการเพื่อสังคมจึงได้นำวิธีวัดผลและการมุ่งเน้นผลสำเร็จของงาน (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจทั่วไป) มาปรับใช้มากขึ้น ด้วยการตั้งเป้าหมายทั้งทางด้านธุรกิจและสังคมอย่างชัดเจน และมีการวัดผลต่างๆ เพื่อปรับปรุงงาน โดยมีการจัดทำข้อมูลหรือสถิติเพื่อยืนยันผลลัพธ์และความคุ้มค่าหรือประโยชน์ที่ได้ของธุรกิจเพื่อสังคมนั้นๆ ตัวอย่างเช่น REDF เองก็ได้ประกาศผลการประเมินและความสำเร็จจากการจ้างงาน โดยจัดทำเป็นสถิติเปรียบเทียบข้อมูลทั้งก่อนและหลังการช่วยเหลือ และรายงานไว้ในเว็บไซต์อย่างชัดเจนในปีที่ผ่านมา เป็นต้น

2.การแก้ปัญหาสังคมที่มี “พัฒนาการ” มากขึ้น คนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจเป็นผู้ประกอบการ กำลังนำทักษะของการทำงานในภาคเอกชน และความมุ่งมั่นในการทำงานภาคสังคมมารวมเข้าด้วยกันเพื่อแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่กำลังเป็นปัญหาในสังคมอย่างต่อเนื่อง และพัฒนารูปแบบขึ้นเรื่อยๆ เช่น กิจการเพื่อสังคมอย่าง REDF เองมองว่า ปัญหาการว่างงานนั้นรุนแรงมากขึ้นในสหรัฐฯ พวกเขาจึงสร้างความตื่นตัวให้ภาคธุรกิจ ด้วยการช่วยเหลือกลุ่มคนที่ไม่มีโอกาสเข้าสู่ระบบแรงงาน หรือถูกตีตราว่าไม่สามารถทำงานได้ โดยอาจใช้วิธีเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การจ้างงาน ด้วยการฝึกทักษะพื้นฐานก่อนเริ่มงานเป็นต้น

3.ความก้าวหน้าในอาชีพ เช่นภาคธุรกิจทั่วไป ผู้ที่ทำงานอยู่ในกิจการเพื่อสังคมก็เหมือนกับคนทำงานส่วนใหญ่ทั่วไปที่มีความมุ่งมั่นและต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ปัจจุบันกิจการเพื่อสังคมที่จัดหาแรงงานให้ภาคธุรกิจต่างๆ จึงให้ความสำคัญในการสร้างและฝึกฝนทักษะที่ตรงกับความต้องการของนายจ้างมากที่สุด รวมถึงยังมีการพัฒนาเครือข่ายและความสัมพันธ์อันดีกับนายจ้างในภาคธุรกิจต่างๆ โดยพนักงานที่ฝึกทักษะและมีประสบการณ์การทำงานผ่านกิจการเพื่อสังคมเหล่านี้จะมีโอกาสได้ทำงานในระยะยาว รวมถึงมีความก้าวหน้าของรายได้และหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้นไปตามลำดับ

4.สร้างเครือข่ายเพื่อความสำเร็จในระยะยาว แม้ก่อนหน้านี้กิจการเพื่อสังคมโดยส่วนใหญ่ต่อยอดมาจากโครงการของภาคธุรกิจ มากกว่าเป็นการส่งเสริมหรือโครงการจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันหลายฝ่ายตระหนักแล้วว่าการทำงานโดยแยกจากกันนั้นไม่ก่อให้เกิดผลทางธุรกิจหรือสังคมในวงกว้างอย่างที่คาดหวัง ดังนั้นเพื่อให้กิจการเพื่อสังคมเกิดผลในวงกว้างมากขึ้น หลายฝ่ายจึงสร้าง “ระบบนิเวศ” หรือเครือข่ายที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน และเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นระหว่างกิจการเพื่อสังคม และพันธมิตรต่างๆ ที่สามารถช่วยเหลือให้กิจการเหล่านั้นประสบความสำเร็จได้

เช่น สำหรับ REDF เครือข่ายที่ว่านี้คือ นายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการจ้างงาน หรือต้องการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการจากกิจการเพื่อสังคม, องค์กรที่ให้การสนับสนุนการทางการเงิน, หน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนเพิ่มเติม อาทิการจัดฝึกอบรม หรือให้การสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ และหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

5.ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น คาร์ลา ยกตัวอย่าง Pay for Success (PFS) โมเดลการลงทุนในสหรัฐฯ ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐทั้งระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ หรือระดับประเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนให้การสนับสนุนโครงการของกิจการเพื่อสังคมต่างๆ ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายภาครัฐได้

โดยปัจจุบัน PFS แม้จะเป็นโมเดลใหม่ แต่ก็มีแล้วกว่า 50 โครงการที่กำลังพัฒนาและได้สร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นแล้วระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ Center for Employment Opportunities ได้ร่วมกับรัฐนิวยอร์คจ้างงานผู้ที่กำลังจะพ้นโทษ หรือองค์กร Roca ได้ร่วมกับรัฐแมสซาชูเซตส์จ้างงานเยาวชนที่เคยข้องเกี่ยวกับคดีอาญา เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต่อไปกิจการเพื่อสังคมจะมีส่วนช่วยในการบริหารการใช้จ่ายของภาครัฐได้มากขึ้นด้วย

หากจะนำไอเดียเหล่านี้มาปรับใช้ในบ้านเราบ้างก็คงจะดีไม่น้อย ขอเป็นกำลังใจให้คนทำธุรกิจน้ำดีทุกท่านประสบความสำเร็จตลอดปี 2017 ค่ะ