หรือปูตินฉลาดกว่าโอบามา+ทรัมป์?
เปิดมาปีใหม่ 2017 เราก็ได้เห็นสัญญาณของ “สงครามเย็น” ระหว่างมหาอำนาจสหรัฐกับรัสเซีย รอบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทันที
และเป็นเกมการเมืองที่โลกไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัสมาก่อน
วอชิงตันกล่าวหามอสโกว่า “ลอบเจาะล้วงข้อมูลลับ” ในระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า hacking ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายจะช่วยให้โดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเหนือฮิลลารี คลินตัน
ก่อนจะก้าวลงจากตำแหน่ง 21 วัน ประธานาธิบดีโอบามา ประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 35 คน ฐานเป็น “จารชน” ภายใน 72 ชั่วโมง และปิดอาคารสันทนาการที่รัสเซียเป็นเจ้าของสองแห่ง ในนิวยอร์กและแมรี่แลนด์เพราะมี “กิจกรรมที่เกี่ยวโยงกับการจารกรรม” อีกทั้งยังคว่ำบาตรทั้งองค์กรและส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับหน่วยงานความมั่นและข่าวกรองคือ FSB และ GRU (ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อโด่งดังเป็น KGB)
ทันใดนั้นบรรยายการการเมืองในเวทีสากลก็เดือดพล่าน เพราะนี่คือการขีดเส้นแบ่งค่ายกันอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
กระทรวงต่างประเทศรัสเซียออกข่าวในเวลาต่อมาว่าจะเสนอให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินใช้มาตรการตอบโต้ลักษณะ tit-for-tat หรือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ด้วยการขับนักการทูตมะกันออกจากรัสเซีย 35 คนเหมือนกัน เพราะต่างคนต่างก็ “หาข่าว” ของอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกันมิใช่หรือ?
แต่ปูตินออกข่าวกะทันหันเช่นกันว่าเขาจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้อย่างนั้น จะรอให้โดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีวันที่ 20 มกราคมนี้เสียก่อน ค่อยว่ากันอีกที
ว่าแล้วสถานทูตรัสเซียประจำอังกฤษก็เขียนข้อความพร้อมรูป “เป็ดง่อย” หยามหยันโอบามาในทำนองว่าไม่มีน้ำยาอะไรหรอก เพราะเหลืออีกเพียงสามสัปดาห์ก็หมดสภาพแล้ว
ทรัมป์บอกว่าสัปดาห์นี้จะพบกับระดับผู้นำของฝ่ายความมั่นคงและข่าวกรองเพื่อจะประเมินว่า “ข้อเท็จจริง” ของเรื่องนี้เป็นอย่างไร
น้ำเสียงของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้ไปคนละทางกับโอบามา เพราะเขาบอกว่า “เราควรจะเดินไปข้างหน้ากันดีกว่า”
แปลว่าทรัมป์เห็นว่าเรื่องเกี่ยวกับ hacking ที่รัฐบาลโอบามากล่าวหารัสเซียนั้นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรมากมาย ควรจะมองไปข้างหน้าและทิ้งเรื่องเหล่านี้ไว้ข้างหลัง
ที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยต่อผู้คน คือทวีตของทรัมป์หลังจากปูตินบอกว่า จะไม่ขับนักการทูตสหรัฐฯออกนอกรัสเซียเป็นการตอบโต้ว่า....
“ถูกต้องแล้วที่ปูตินชะลอเรื่องนี้... ผมรู้มาตลอดว่าเขาเป็นคนฉลาด...”
อ่านความหมายระหว่างบรรทัดก็คือทรัมป์เห็นว่าปูตินฉลาดกว่าโอบามา
เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าปูตินสามารถเล่นเกมการเมือง ด้วยการสร้างความระหองระแหง ระหว่างโอบามาที่กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่ง และทรัมป์ที่กำลังจะมาแทนที่
โดยที่ปูตินไม่ต้องออกแรงอะไรให้มาก ก็สามารถบั่นทอนความขลัง และอำนาจต่อรองของวอชิงตันลงได้ต่อหน้าต่อตา
การเดินหมากต่อไปจึงตกอยู่ที่ทรัมป์ ว่าจะเดินหน้าตามแนวทางของโอบามา ที่ต้องการจะเผชิญหน้ากับรัสเซียเพื่อกดดันให้มอสโกถอย
หรือเขาจะยกเลิกหรือเปลี่ยนคำสั่งของโอบามาให้เบาบางกว่าเดิม?
เกมนี้ไม่ง่ายสำหรับทรัมป์ เพราะหากเขาทำอะไรที่ทำให้คนอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าเขากำลัง “อ่อนข้อ” ต่อปูตินและไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคง และสถานภาพความเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก, ทรัมป์ก็อาจจะตกที่นั่งลำบาก
แต่ขณะเดียวกันหากทรัมป์เดินหน้าตามคำสั่งของโอบามา, เขาก็อาจจะถูกมองว่าไม่สามารถกดดัน ให้รัสเซียยอมตามอเมริกา อย่างที่ทรัมป์หาเสียงและป่าวประกาศมาตลอด
เพราะคนอเมริกันไม่น้อยเชื่อว่าคำขวัญ Make America Great Again! ของทรัมป์ต้องไม่แปลว่าสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์จะกลายเป็น “ลูกไล่” ของปูติน
หรือเอาเข้าจริง ๆ ปูตินฉลาดกว่าโอบามากับทรัมป์สองคนรวมกัน?






