สุขแค่ไหนทุกข์เพียงใดในชีวิตเรา ที่สุดมันจะก็ผ่านไป เรื่องราวดีงามความยากลำบาก
ทั้งหลาย ที่สุดก็กลายเป็นแค่ความทรงจำ หากยังไม่บรรลุภารกิจที่โชคชะตากำหนดไว้ ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป
กลางปี 2556 สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียด ในฐานะนักโหราศาสตร์ ผู้เขียนค้นคว้าวิจัยอย่างหนักเพื่อหาคำตอบให้ได้ว่า ความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมืองจะจบลงอย่างไร ? ผลของความพยายามได้นำผู้เขียนข้ามผ่านพรมแดนแห่งความรู้ เข้าไปสู่อีกอาณาจักรหนึ่งซึ่งเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง มันคือความธรรมดาสามัญที่สูงส่งกว่าเทคนิคพิสดารทั้งหลาย
หนึ่งในนั้นคือวัฏจักรดาว (Planetary Cycle) อันมีต้นกำเนิดจากโหราศาสตร์เปอร์เซียเมื่อ 500 ปีก่อนคริสต์กาล โหราจารย์เปอร์เซียใช้มันทำนายกำเนิดของศาสดาพยากรณ์องค์ใหม่เมื่อกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา ใครที่อ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลจะเข้าใจได้ วัฏจักรที่ท่านใช้คือวัฏจักรใหญ่ของพฤหัสเสาร์ที่กินเวลา 1,000 ปี
วัฏจักรปกติของพฤหัสเสาร์กินเวลา 20 ปี เริ่มตั้งแต่พฤหัสกุมเสาร์ พฤหัสแยกห่าง จนกลับมากุมกันอีกครั้ง มันเป็นวัฏจักรแบบ Synodic วัฏจักรพฤหัสเสาร์นี้เองที่ท่านอาจารย์ประจวบ วัชรปาณและท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เชื่อว่าเป็นที่มาของคำทำนายรัตนโกสินทร์ 10 ยุค อันได้แก่ มหากาฬ พันธุยักษ์ รักบัณฑิต สนิทธรรม...ถิ่นกาขาว ชาววิไล
ยังมีวัฏจักรดาวอีกแบบที่ครบรอบเมื่อดาวนั้นโคจรกลับมาที่เดิมในจักรราศี เราเรียกวัฏจักร Sidereal รากเหง้าของมันมาจากแนวคิด Solar Revolution ของโหราศาสตร์อาหรับ ซึ่งแพร่หลายเข้าไปในยุโรปยุคกลาง จนกลายเป็นเทคนิคที่ฝรั่งตะวันตกเรียกว่า Solar Return ในปัจจุบัน
วัฏจักร Synodic นิยมใช้ในโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมือง วัฏจักร Sidereal นิยมใช้ในโหราศาสตร์ชะตาบุคคล ยกเว้นดวงสงกรานต์ที่ใช้ทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองประจำปี ผู้เขียนค้นพบว่า วัฏจักร Sidereal ของดาวเสาร์ หรือ Saturn Return สามารถใช้ทำนายยุคสมัยและเรื่องราวทางการเมืองของไทยได้ดีมาก โดย 1 วงรอบเท่ากับ 1 ยุค กินเวลา 30 ปี
อันที่จริง โหรไทยให้ความสำคัญกับเสาร์เสมอ คำทำนายชะตาเมือง 150 ปีของรัชกาลที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นจริงเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ชี้ถึงที่มาว่าต้องเกี่ยวข้องกับวงรอบของเสาร์ แต่ประเด็นคือไม่มีใครมองในมุมของวัฏจักรดาว ผู้เขียนเป็นคนแรก วัฏจักรดาวไม่เพียงบอกถึง “แก่นความ (Theme)” ของยุคสมัย แต่ยังบอกถึงพลวัตและพัฒนาการในช่วงเวลาต่างๆ ด้วย มันจึงให้ภาพใหญ่ที่สมบูรณ์ครบถ้วน มิใช่แค่จุดใดจุดหนึ่ง
นั่นคือที่มาของบทความ “เมื่อไหร่การเมืองไทยสงบ คำตอบอยู่ที่ดวงเมือง” ที่เผยแพร่ในเว็บกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 1 สิงหาคม 2556 (http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/520635) ซึ่งทำนายถึงจุดจบของรัฐบาลและความขัดแย้งต่าง ๆ โดยประเทศจะเข้าสู่ช่วงเวลาปฏิรูปไปอีก 3 – 4 ปี
ในงาน “อนาคตเศรษฐกิจไทย 2557 : นักเศรษฐศาสตร์ปะทะโหราจารย์” เมื่อ 17 มกราคม 2557 ผู้เขียนบรรยายว่า ตั้งแต่ 18 ธันวาคม 2531 – 28 มกราคม 2561 การเมืองไทยอยู่ในวงรอบที่ 8 ของดาวเสาร์ อันเป็นยุค “ธุรกิจคุมการเมือง” 4 ปีต่อจากนี้ (57 – 60) คือรอยต่อของวงรอบเก่าใหม่ มันเป็นช่วงเวลาแห่งการทำลายเก่าเพื่อสร้างใหม่ที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เศรษฐกิจมีโอกาสทรุดตัวต่อเนื่อง
ไม่เพียงเท่านี้ เสาร์ดาวเจ้าการวงรอบยังจรเข้าราศีพิจิก-ภพที่ 8 (มรณะ) ของดวงเมือง ตั้งแต่ปลายปี 57 – ปลายปี 60 ยิ่งตอกย้ำถึงภัยอันตรายของบ้านเมือง ผู้เขียนได้กล่าวถึงเสาร์พิจิกนี้บ่อยครั้ง ทั้งในงาน “Perfect Storm 2016” เมื่อต้นปี ยังขยายความว่า ภายใน 3 ปีที่เสาร์จรพิจิก ปี 2559 บ้านเมือง (และทั่วโลก) จะเผชิญวิกฤติที่เลวร้ายที่สุดจากอิทธิพล T-square ของอังคาร-พฤหัส-เสาร์-ราหู-เนปจูนในสถิรราศี
T-square ของทั้ง 5 เริ่ม 20 กุมภาพันธ์ สิ้นสุด 11 สิงหาคม 2559 ที่พฤหัสยกเข้ากันย์ มันให้โทษมากขึ้นเมื่อสัมพันธ์กับคราส โดยเฉพาะสุริยคราส 1 กันยายนที่ทำมุม 90 กับจุดศูนย์กลางทีสแควร์พอดี วันที่ 18 กันยายน อังคารยกเข้าธนูอีกดวง เหลือเพียงบาปเคราะห์เสาร์ราหูเนปจูนที่เข้ามุมกันสนิทในไตรมาสสุดท้ายของปี ช่วง 3 เดือนนี้ วิกฤติทั้งหลายที่ก่อตัวและสะสมพลังมานานจะปะทุขึ้น
ปี 2559 กำลังจะผ่านไป เกิดอะไรขึ้นบ้าง? ในระดับโลก เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เช่น สุมาตรา อิตาลี ชิลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ภัยแล้งในอาเซียน สงครามซีเรียที่ขยายตัวไปตรุกี เงินหยวนอ่อนค่าและเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ความหวาดหวั่นจาก Brexit กระแสชาตินิยมใหม่ในยุโรป และชัยชนะของทรัมป์ที่พาโลกเข้าสู่ความไม่แน่นอน ฯลฯ ในเมืองไทย กิจการ SME ใกล้สิ้นลมเต็มที หนี้ครัวเรือนยังเติบโต ประชาชนกลางถึงล่างหมดกำลังซื้อ งบโฆษณาติดลบ สื่อสิ่งพิมพ์ปิดตัว ทีวีดิจิทัลต้องเพิ่มทุน โรงแรมใหญ่ขายกิจการ และที่สำคัญที่สุดคือในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตวันที่ 13 ตุลาคม
แล้วมฤตยูที่ผู้คนพูดกันใหญ่โต ทำไมผู้เขียนไม่กล่าวบ้าง? มฤตยูเป็นดาวแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่เรื่องใหญ่ปีนี้ไม่ได้เกิดจากอิทธิพลของมัน เพราะ (1) มฤตยูเพิ่งยกเข้าเมษได้ไม่นานและอยู่ช่วงสั้น 27 มิถุนายน – 31 สิงหาคมเท่านั้น (2) มฤตยูเข้าเมษได้เพียงครึ่งองศา ไม่ถูกจุดสำคัญในดวงเมือง (3) มฤตยูเป็นดาวที่ไกลโลก ผลมักเกิดขึ้นเมื่อมันทำมุมกับดาวจรอื่น เป็นไปไม่ได้ที่ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดจากมฤตยูเท่านั้น มฤตยูอยู่ราศีละ 7 ปี 7 ปีนี้เหมาให้มฤตยูหมด ไม่ต้องดูดาวอื่นเลยหรือ
ที่แน่นอนกว่าคือ T-square ของเสาร์ราหูเนปจูนที่ทำมุมร้าย 90 และ 180 กับอังคารเดิม อังคารคือดาวเจ้าเรือนลัคน์และมรณะ หมายถึงความสูญเสียของบ้านเมือง มูลเหตุที่แท้จริงอยู่ตรงนี้
เสาร์ยกออกจากพิจิก 26 มกราคม 2560 เรื่องแย่ ๆ คงลดลง แต่เสาร์จะถอยกลับพิจิก 21 มิถุนายน-26 ตุลาคม ครั้งนี้ทีสแควร์จะเสื่อมกำลัง เพราะองศาราหูห่างมากและเตรียมยกเข้ากรกฎ 9 กันยายน อย่างไรก็ตาม ทุกท่านก็ไม่ควรประมาท
ปีนี้พายุร้ายผ่านไปแล้ว ปีหน้าคือการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองท่านผู้อ่านและครอบครัวสุขภาพแข็งแรง ประสบความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปครับ





