MARKET OUTLOOK by ASL securities : สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
SET index ดัชนีตลาดหุ้นไทยเดือนที่ผ่านมาปรับตัวในกรอบแคบระหว่างช่วงสูงสุดประมาณ 1,530 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับประมาณ 1,500 จุด สำหรับประเด็นหลักที่ผ่านมาคือการที่ FED ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ที่จัดคืนในวันที่ 13-14 ธ.ค. ทำให้อัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับ 0.50-0.75% นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในปีนี้และครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ยังมีประเด็นด้านบวกจากผลประชุม OPEC ที่มีข้อสรุปออกมาในรูปแบบที่สามารถบรรลุข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันซึ่งทำให้เกิดผลบวกต่อราคาน้ำมันและกลุ่มพลังงานโดยตรงในช่วงเดือนก่อน สำหรับในปีหน้า 2560 มุมมองตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มเชิงบวกทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและภาคเกษตรที่มีแนวโน้มกำลังฟื้นตัว เพิ่มเติมด้วยการที่ตลท.จะมีการเพิ่มดัชนี sSET Index โดยจะเริ่มใช้ 4 ม.ค. 2560 เน้นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งจะทำให้เกิด Sentiment เชิงบวกกับหุ้นกลุ่มดังกล่าวมากขึ้นและเพิ่มสภาพคล่องแก่ตลาดในเชิงบวกในระยะกลาง
สรุปประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของ FED
การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในรอบที่ผ่านมาถือว่าเป็นเรื่องที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้หมดแล้ว ทำให้ภาพรวมของตลาดการเงินและตลาดทุนไม่ได้รับผลกระทบในระยะสั้นเท่าใดนัก การ Out Flow ของเม็ดเงินจาก EM ยังเห็นได้ต่อเนื่องจากยอดขายหุ้นสุทธิในกลุ่ม TIP ที่เป็นยอด Net Sell นำโดยตลาดหุ้นบ้านเราที่มียอด Net sell มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 อ้างอิงกลุ่ม TIP การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% สู่ระดับ 0.50-0.75% นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในปีนี้และครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 10 ปี โดยประเด็นหลักๆ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ FED ขึ้นดอกเบี้ยเกิดจากระดับการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้นชัดเจน สู่การจ้างงานเต็มที่ และอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเข้าหาเป้าหมายเงินเฟ้อมากขึ้น สู่ระดับ 2% ซึ่งเป็น เป้าหมายหลักทางการเงินของ FED นั้นเอง ทั้งนี้ FED ได้คาดการณ์ว่าในปีนี้อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับ 1.5% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ราว 0.2% และคาดว่าจะเข้าสู่ระดับ 1.9-2.0% ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม สำหรับอัตราว่างงาน FED มองว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.7% ในปีนี้ เดิม 4.8% และเข้าสู่ระดับ 4.5% ในปี 2560 ประเด็นที่น่าติดตามและมีผลในอนาคตต่อตลาดได้แก่การที่ FED ส่งสัญญาณว่าในปี 2560 นั้นมีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าจับตามองเพราะจะทำให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลกลับตลาด DM หรือออกจากตลาด EM แบบต่อเนื่องอย่างบ้านเรานั้นเอง ทั้งนี้เรายังมองว่า FED ไม่น่าจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ถึง 3 ครั้งและอาจขึ้นดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นเนื่องจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยทุกๆ 1 ช่วงจะทำให้ระดับภาระดอกเบี้ยของหนี้สินภาครัฐหรือ Public Debt ของรัฐบาลสหรัฐที่ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสหรัฐนั้นต้องประสบกับภาระดอกเบี้ยก้อนใหญ่ที่อาจจะไม่สามารถรับมือได้อย่างปัจจุบันนั้นเอง
ดัชนี sSET Index เพิ่มความน่าสนใจลงทุนหุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก
รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยล่าสุดเปิดเผยว่าจะมีการเพิ่มกลุ่มดัชนี sSET index ในช่วงต้นปีหรือเดือน ม.ค. 2560 โดยมีแนวคิดว่าจะทำให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กได้รับความนิยมและมีสภาพคล่องมากขึ้น อีกทั้งทำให้นักลงทุนสามารถมีดัชนีอ้างอิงหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้ โดยหลักๆจะมีการทบทวนกลุ่มหลักทรัพย์ทุกๆ 6 เดือนและหลักทรัพย์ที่จะเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้จะต้องไม่อยู่ใน SET100 และ Mai ทั้งนี้ Free Float จะต้องมากกว่า 20% เรามองว่าหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็กที่ได้เข้าการคำนวณประมาณ 100 หลักทรัพย์ จะมี Sentiment เชิงบวกมากขึ้นได้ในอนาคต
แนวโน้ม SET index
SET index เรายังคงมีมุมมองเป็นเชิงบวก ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอย่างข้อมูลล่าสุดของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่คาดว่าปี 2560 เศรษฐกิจไทย GDP จะขยายตัว 3.4% ถึงแม้ว่ามูลค่าการส่งออกไทยเดือน ต.ค.หดตัวที่ 4.2% YOY แต่ภาพรวมแล้ว ก็ยังมีการคาดว่าสิ้นปีนี้ มูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวได้เล็กน้อย จากราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเรามีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับกลุ่มรับเหมาและก่อสร้างเนื่องจากปี 2560 จะมีโครงการภาครัฐและเอกชนอีกมากที่จะเริ่มก่อสร้าง อีกทั้งราคาสินค้าเกษตรและคอมโมดิตี้ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมาก็จะเป็นตัวผลักดันและขับเคลื่อนกลุ่มดังกล่าวและเสริมสร้าง Consumption ให้กับกลุ่มค้าปลีกเพิ่มขึ้นอีกด้วยจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาณทางเทคนิคในระยะกลาง เรามองว่าดัชนีจะยังคงแกว่งตัวในเชิงบวก Sideway Up โดยอยู่ในยังคงกรอบ 1,490-1,530 จุดได้ในช่วงต้นปี ซึ่งยังพอมีช่องว่างที่จะให้ดัชนีสามารถกลับไปทดสอบได้อีกครั้ง สัญญาณทางเทคนิคล่าสุดระยะกลางยืนเทรนด์ไลน์ขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งเหนือแนวรับ 1,510 จุด ซึ่งเป็นแนวสำคัญอย่างต่อเนื่อง จากการที่เป็นค่ากลางระหว่างกรอบแนวรับแนวต้าน 1,490-1,530 จุด สนับสนุนการยืนด้วยโมเมนตัมที่ยังไม่สร้างจุดต่ำสุดอย่างเครื่องมือ STO และ RSI ดังนั้น หากยืนเหนือ 1,510 จุดได้ก็ยังเป็นสัญญาณบวกต่อเนื่องนั่นเองครับ แนวต้านหลัก 1,530 และ 1,550 จุด






