กระแสการเงินโลกเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนแล้ว หลังจากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
เมื่อ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งคาดการณ์การปรับขึ้น 3 ครั้งในปีหน้าและอีก 3 ครั้งในปีต่อไป จนกว่าดอกเบี้ยจะใกล้เคียงระดับที่ต้องการที่ 3%
เมื่อวงจรดอกเบี้ยของอเมริกากลับเป็น “ขาขึ้น” ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วโลก (1) กระแสเงินทุนจะไหลไปอเมริกา เม็ดเงินในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเหือดแห้งลงไป เศรษฐกิจจะชะลอตัว (2) เงินไหลออก สภาพคล่องลดลง ดอกเบี้ยภายในประเทศจะสูงขึ้นตามไปด้วย ซ้ำเติมเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง (3) ค่าเงินที่อ่อนลง จะช่วยเรื่องส่งออก (ถ้าไม่ถูกกีดกันทางการค้า) แต่ราคาน้ำมันจะแพงขึ้น ต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอีก
ทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลกเป็นขาขึ้น แต่จะขึ้นเมื่อไหร่ ช้าหรือเร็ว ย่อมแล้วแต่เงื่อนไขเหตุปัจจัยและยุทธศาสตร์นโยบายของแต่ละประเทศ
เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่มีพลิกล็อค ทุกสำนักทายถูกหมด แต่ถ้าย้อนไปเดือนสิงหาคม ฉันทามติของทุกสำนักประเมินว่า ความเป็นไปได้ที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้มีน้อยกว่า 50% เสียงมาเปลี่ยนเมื่อทรัมป์ชนะ ฉันทามติพลิกกลับเป็นมากกว่า 90% ทายแล้วเปลี่ยนได้เช่นนี้ ไม่มีโอกาสผิดแน่นอน
แม้บรรทัดฐานนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับโหราจารย์ แต่โหราศาสตร์ก็ยิ่งใหญ่กว่าที่หลายคนคาดไว้ ในบทความ “เดาใจเฟด” เมื่อ 5 สิงหาคม กล่าวว่า “ปีนี้ยังเหลือประชุม FOMC อีก 3 ครั้ง เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไหม ? ...การประชุม 1-2 พฤศจิกายน ไม่มีปรากฏการณ์ดาวสำคัญ แต่ควรจับตาการประชุม 13-14 ธันวาคม เพราะเสาร์ดับ 10 ธันวาคม ที่ 24:46 องศาพิจิกและปูรณมี 14 ธันวาคม ที่ 28:20 องศาพฤษภ ทับเล็งศุกร์เดิมในดวงเฟด อาจมี Surprise ช่วงนี้ก็ได้...”
อ่านที่ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/638518
โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ เพียงแต่คุณมองเห็นหลักการ เหตุผล และที่มาที่ไปหรือไม่? มรดกทางปัญญาของมนุษยชาติที่สืบทอดพัฒนากันมากว่า 7,000 ปี ถ้าไม่มีแก่นแท้ที่ลึกซึ้ง จะดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันได้หรือ?
ถ้าดูจากดวงชะตาเฟด การขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะพฤหัส-ดาวการงานถูกมุม 90 จากมฤตยูจร มฤตยูคือการเปลี่ยนแปลง งานแบบเดิมๆ จะถูกเปลี่ยน ดอกเบี้ยที่ระดับต่ำไม่อาจไปต่อได้อีก ทิศทางดอกเบี้ยจะกลับเป็นขาขึ้น
พฤหัสเดิมอยู่ที่ 1 องศามังกร มฤตยูยกเข้าเมษเมื่อ 27 มิถุนายน (หลัง Brexit 3 วัน) นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า เพราะ Brexit เฟดจะคงดอกเบี้ยต่อไปอีกนาน จึงทำให้กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ (รวมไทย) เพื่อเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก แต่ผู้เขียนมองตรงข้าม เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ดังใน “เดาใจเฟด” ที่ว่า
“...วันที่ 20-21 กันยายนน่าสนใจที่สุด เพราะ (1) เกิดจันทรคราส (เงามัว) 17 กันยายน ที่ 0:15 องศามีน ทำมุม 90 กับศุกร์เดิมในดวงเฟด (2) วันที่ 26 กันยายน พฤหัสดับที่ 9:32 องศากันย์ จุดดับเล็งลัคน์ดวงประธานเฟดและทำมุม 90 กับพลูโตเดิมในดวงเฟด (3) ในวันเดียวกัน พลูโตวิกลคติเสริด ที่ 20:50 องศาธนู ทับศุกร์พลูโตเดิมในดวงประธานเฟด ทำมุม 150 กับเสาร์เดิมและเล็งอังคารเดิม (Orb 6 องศา) ในดวงเฟด ชี้ชัดถึงการใช้พลังอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ท้าทายมาก
ถ้าประชุมวันที่ 26-27 กันยายน มีโอกาสถึง 80% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย แต่เมื่อประชุมก่อน องศาดาวไม่พอดี อิทธิพลดาวย่อมน้อยลง ที่สำคัญคือพุธยังถอยหลังอยู่ โอกาสจึงเหลือแค่ 50:50...”
มฤตยูจรเมษถึง 29 กรกฎาคม จึงถอยหลัง (เมื่อมองจากโลก) ต่อเนื่องจนกลับเข้ามีนวันที่ 1 กันยายน คุณสมบัติสำคัญของดาวที่โคจรถอยหลังคือความไม่แน่นอน เราจึงไม่อาจให้น้ำหนักมฤตยูมากเกินไป แต่ควรวิเคราะห์ตัดสินจากดาวอื่นๆ เป็นหลักดังเหตุผลข้างต้น
แต่มฤตยูจะยกเข้าเมษจริง 8 เมษายน 2560 และจะอยู่เมษไปอีก 7 ปี โดยเฉพาะปี 2560-2561 ที่มฤตยูทำมุม 90 กับพฤหัสเดิมสนิท (ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นที่ใหญ่กว่าเข้ามาแทรก) ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับที่เฟดคาดการณ์เอาไว้
อันที่จริง การทำนายช่วงเวลาที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องยากและเรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญที่แท้จริงคือการทำนายทิศทางวงจรดอกเบี้ย ถ้าเราไม่เข้าใจและมองวัฏจักรดอกเบี้ยไม่ออก การทายช่วงเวลาถูก 1-2 ครั้งก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด
ผู้เขียนกล่าวไว้นานแล้วว่า ดอกเบี้ยขาลง (และ QE) ช่วงวิกฤติซับไพร์ม เกิดจากวัฏจักรพฤหัสเนปจูน ในบทความ “หน้าต่างแห่งโอกาส ?” เมื่อ 24 กรกฎาคม 2558 กล่าวว่า “...วัฏจักรพฤหัสเนปจูนปัจจุบันเริ่ม 28 พฤษภาคม 2552 ที่ 2:29 องศาราศีกุมภ์ วัฏจักรกินเวลา 13 ปี บัดนี้ผ่านมาครึ่งทางแล้ว วัฏจักรกำลังเข้าสู่ “ขาลง” แปลว่า (1) ไม่ต่อเวลาเงินปลอม เช่น อเมริกาหยุด QE และขึ้นดอกเบี้ย...”
อ่านที่ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635133
จุดพีคของวัฏจักรอยู่ที่ 17 กันยายน 2558 เมื่อผ่านจุดพีค เฟดจึงขึ้นดอกเบี้ยได้เมื่อ 16 ธันวาคม แต่ก็ขึ้นต่อเนื่องไม่ไหว เพราะพฤหัสเนปจูนยังเล็งราศีกันอยู่ เมื่อพฤหัสเข้ากันย์ 11 สิงหาคม 2559 วัฏจักรเป็นขาลงแท้จริง เฟดจึงสามารถขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ 14 ธันวาคม ทิศทางดอกเบี้ยก็เปลี่ยนเป็นขาขึ้นเต็มตัว
โดยธรรมชาติแล้ว นักวิเคราะห์มักเปลี่ยนคำทำนายเมื่อมีข้อมูลใหม่เกิดขึ้น ผ่านกลางปี 2559 พวกเขาล้วนไม่เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ เมื่อเกิด Brexit ความมั่นใจยิ่งเพิ่มพูน ตลาดหุ้นทั่วโลกไม่เพียงไม่ตกหนัก แต่กลับพุ่งขึ้นต่อ จนเมื่อทรัมป์ชนะเลือกตั้ง พวกเขาถึงต้องกลับคำทำนายกระทันหัน
น่าเสียดายที่สังคมตีค่าโหราศาสตร์ไปอีกแบบ คนอื่นเปลี่ยน ถือว่า Update ถ้านักโหราศาสตร์เปลี่ยนบ้าง ก็ถูกกล่าวหาว่าไม่เก่งจริง-มั่วมา แท้จริงแล้ว นักโหราศาสตร์ไม่ได้รู้ไปหมดหรอกว่า ดอกเบี้ยขึ้นเพราะทรัมป์ชนะ เราวิเคราะห์ทำนายจากวัฏจักรดาวต่างหาก วัฏจักรดาวสามารถบอกภาพใหญ่ แต่ไม่อาจเจาะลึกถึงรายละเอียดได้
เมื่อรวมผลของมฤตยูเมษและวัฏจักรขาลงของพฤหัสเนปจูน ดอกเบี้ยขาขึ้นอาจรวดเร็ว รุนแรง หรือส่งผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้
ทุกท่านอย่าชะล่าใจเด็ดขาด









