วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สวนกระแส !! กทม.จ่ายโบนัส 1.6 พันล้าน

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่ แม้แต่ภาคเอกชนหลายแห่ง ยังประกาศว่าสิ้นปีนี้จะไม่มีการจ่ายโบนัส

 แถมก่อนหน้านั้นบางแห่งถึงขั้นปลดพนักงาน บางแห่งอาจไม่ปรับขึ้นเงินเดือนในช่วงปลายปี

ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นส่วนราชการ ในฐานะองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จะจ่ายโบนัส 1 เดือน ให้กับทั้งข้าราชการรวมถึงลูกจ้าง ไปจนถึงผู้บริหารราว 9 หมื่นคน ด้วยวงเงิน 1.6 พันล้านบาท จึงเกิดเป็นคำถามมากมาย

เมื่อย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าการจ่ายเงินโบนัสของกทม. มีมาอย่างต่อเนื่อง จากปี 2557 กทม.จ่ายโบนัสให้ข้าราชการและพนักงาน 1.5 เท่าของเงินเดือน ด้วยวงเงินราว 2 พันล้านบาท ต่อมาปี 2558 ลดลงเหลือ 0.5 เท่า เป็นเงินประมาณ 800 ล้านบาท ด้วยเหตุผลการลดอัตราภาษีที่ดิน

จนมาถึงปีงบประมาณ 2559 ที่เตรียมจ่าย 100% หรือ 1 เท่าของอัตราเงินเดือน ก็อาจเป็นตัวเลขที่ไม่ได้น้อยหรือมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจาก“รายได้”ที่กทม.จัดเก็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

จากประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ในปี 2557 และ 5.4 หมื่นล้านบาทในปี 2558  มาถึงปีงบประมาณ 2559 ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้เอาไว้ที่ 7 หมื่นล้านบาท

แต่จากการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา กฤษฎา ศิริพิบูลย์ ผอ.สำนักการคลัง รายงานต่อที่ประชุมว่า กทม. สามารถจัดเก็บได้จริง 71,775.78 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่คาดไว้ 

ทั้งยังมีการประมาณการจัดเก็บรายได้ไปถึงปี 2560 ที่ 76,000 ล้านบาท โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานของ กทม.เร่งรัดจัดเก็บภาษีทุกประเภทให้ถูกต้องครบถ้วน และอย่าให้“ตกหล่น”

รวมทั้งจะแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับอัตราภาษีป้าย แก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ให้สามารถจัดเก็บรายได้จากภาษียาสูบและค่าธรรมเนียมผู้เข้าพักในโรงแรม ฯลฯ ได้มากขึ้น ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าก็อาจได้เห็นตัวเลข“โบนัส”ที่ขยับสูงขึ้นไปอีกในปีหน้า

แต่ต้องไม่ลืมข้อทักท้วงของ สตง. ที่เคยติงไว้ว่าต้องไม่เป็นการใช้ “เงินสะสม” ออกมาจ่าย เพราะจะเป็นการใช้เงินผิดประเภท !!!