วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่อง1ปี แบงก์รับมือกระแสฟินเทค

ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่เราได้ยินเรื่องของฟินเทค หรือ Financial Technology

 ที่ว่ากันว่าจะมากลืนแบงก์รูปแบบเดิมๆ ให้หายไปอย่างรวดเร็ว ฟินเทคด้านการชำระเงินที่เข้ามามีบทบาทอย่าง อาลีเพย์ ซัมซุงเพย์ทำให้การชำระเงินสะดวกมากขึ้นและ ตัวอย่างหนึ่งของฟินเทคสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จอย่างรีฟินดอทคอม ที่ล่าสุดมียอดสินเชื่อผ่านระบบรีฟินแล้ว 3,506 ล้านบาท 

ภาพของฟินเทคที่แบ่งบานอย่างรวดเร็ว ยังไม่กลืนกินภาคสถาบันการเงินอย่างแบงก์พาณิชย์ได้ อย่างที่นายแบงก์เคยหวั่นวิตกไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งเพราะการปรับยุทธศาสตร์รับมือให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ด้วยนุทธศาสตร์เปลี่ยนศัตรูให้เป็นพันธมิตร ทั้งการเข้าลงทุนเพื่อศึกษา การสนับสนุนการเติบโตไปด้วยกัน 

ธนาคารไทยพาณิชย์เองจัดตั้งดิจิทัล เวนเจอร์ส ที่มีทั้งการลงทุนในกองทุนต่างชาติ ลงทุนใน Ripple บริษัทผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านการชำระเงินด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนจากสหรัฐอเมริกา และล่าสุดเปิดตัว Digital Ventures Accelerator (DVA) Accelerator โครงการผลักดันและส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ในเครือธนาคารกสิกรไทยผลักดันให้สตาร์ทอัพอย่างบริษัท บีคอน อินเตอร์เฟส ชนะประกวดในงาน Singapore FinTech Festival 2016 ที่สิงคโปร์ ถึง 2 รางวัล และในปีหน้าจะนำมาให้บริการกับผู้บกพร่องทางการเห็น คนตาบอด และคนสายตาเลือนราง ที่มีกว่า 285 ล้านคนทั่วโลก ให้สามารถทำธุรกรรมการเงินบนโลกออนไลน์ได้ด้วยตนเอง และยังมีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน มาให้บริการในการออกเอกสารค้ำประกันให้แก่ลูกค้าธุรกิจ (OriginCert) 

มิใช่แค่ฟินเทคที่จะเข้ามาการให้บริการในประเทศ เพราะฟินเทคยังให้บริการกินขอบเขตไปทั่วโลกล่าสุด กสิกรไทย จับมือ International Business Settlement co., LTD. (IBS) จ้าวแห่ง FinTech จากจีนร่วมพัฒนาระบบชำระไทย-จีน แบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Settlement Network (NGSN) ที่ช่วยลดเวลา ค่าใช้จ่าย ต้นทุน ด้วยความปลอดภัยสูงสุด และยังตัดตอนดอลาร์สหรัฐฯ ที่เป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ชำระเงินทั่วโลกอีกด้วย

แม้กระทั่งธนาคารกรุงเทพที่แอบมีแผนรับมืออย่างเงียบๆ เพราะมองว่าต้องใช้เวลา 2-3 ปี จึงเห็นผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เวลานี้ยังมีเวลาเตรียมตัวทั้งการเข้าเป็นส่วนหนึ่ง ของความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตร R3  ที่เป็นการรวมกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญในด้านฟินเทคจำนวนมากเพื่อการศึกษาตลาด และยังมีการตั้งกองทุนร่วมทุน (Venture Capital)  2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพฟินเทคด้วย

ส่วนธนาคารกรุงศรีมีทั้งการจัดตั้งกองทุนร่วมทุน สร้างโรงเรียนสร้างสตาร์ทอัพและยังมีความร่วมมือกับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น คือ BTMU ซึ่งมีห้องทดลองด้านนวัตกรรม (Innovation Lab) ที่ซิลิคอนวัลเล่ย์อีกด้วย

มองจากยุทธศาสตร์ที่หลายแบงก์ทะยอยประกาศออกมาปี 2560 ฟินเทคยังจะเป็นโจทย์ท้าทายธนาคารพาณิชย์ต่อไป ควบคู่ไปกับโจทย์การรับมือของเออีซี ที่ยังเป็นโจทย์ดั้งเดิมที่จะยังคงอยู่ต่อเนื่อง