วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อันเนื่องมาจากเรื่องอเมริกาถูกแฮกค์

ข่าวใหญ่ในอเมริกาในช่วงนี้ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับประธานาธิบดีคนต่อไป หนึ่งใน

ข่าวใหญ่ ได้แก่ เรื่องการกล่าวหาของหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่ว่ารัสเซียลักลอบเข้าไปในระบบสารสนเทศของอเมริกาเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งจนอาจส่งผลให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ เรื่องนี้ก่อให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน หลังนายทรัมป์ออกมาปฏิเสฐเสียงกร้าว แต่สมาชิกรัฐสภาเสนอให้เริ่มไต่สวนเชิงลึกทันที เรื่องจะจบลงอย่างไรยากแก่การคาดเดา แต่เป็นที่แน่ใจได้ว่าอเมริกาหวาดผวามาก เนื่องจากรู้ว่าสิ่งที่ตนใช้ในการแทรกแซงประเทศอื่นนั้น อาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาสาหัสให้แก่ตน

ในขณะที่เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวใหญ่ เหตุการณ์ที่ผมมองว่าน่าใส่ใจมากกว่า เป็นเรื่องการสร้างข่าวเท็จในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเกือบจะจบลงด้วยการสูญเสียชีวิตของผู้ที่ไม่มีส่วนรู้เห็น เรื่องเริ่มจากการกล่าวหาว่านางฮิลลารี คลินตัน และที่ปรึกษาคนสำคัญๆ สุมหัวกันทำกิจการค้ากามเด็กในห้องใต้ดินของร้านขายพิซซ่า ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางกรุงวอชิงตัน การกล่าวหาเกิดขึ้นไม่นานก่อนการเลือกตั้ง และแพร่กระจายออกไปปานไฟลามทุ่งในสื่อออนไลน์ การแพร่กระจายนั้น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในต่างแดนและโดยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ถูกเขียนให้ส่งข่าวสารต่อไปเองได้อย่างรวดเร็ว แม้ร้านอาหารจะถูกข่มขู่อย่างหนัก แต่ตำรวจก็ไม่ทำอะไร เพราะอ้างว่าข่าวสารที่กระจายออกไปอยู่ในกรอบของเสรีภาพในการพูด ทั้งที่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง แต่เรื่องใส่ร้ายกลับไม่ลดความเข้มข้น จนกระทั่งเหตุการณ์ที่เกือบจะเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อบ่ายวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา

วันนั้น หนุ่มใหญ่จากต่างรัฐคนหนึ่งซึ่งมีทั้งปืนกล ปืนสั้น และมีด บุกเข้าไปในร้านอาหาร ด้วยข้ออ้างว่าต้องการช่วยเหลือเด็กที่ถูกขังไว้ในห้องใต้ดินเพื่อใช้ในการค้ากาม ตอนนั้นในร้านมีลูกค้าเพียงสองคนและพนักงานหนึ่งคนซึ่งต่างออกจากร้านไปได้อย่างรวดเร็ว หลังจากพยายามค้นหาห้องใต้ดินด้วยการยิงกุญแจประตูห้องต่างๆ ที่ลั่นกุญแจ้ไว้ให้เปิดออกแต่ไม่พบและถูกตำรวจล้อมไว้รอบด้าน หนุ่มใหญ่คนนั้นจึงวางอาวุธ การที่เขาวางอาวุธโดยมิได้ยิงใครและไม่เสียชีวิตทำให้ฝ่ายที่กระจายข่าวร้ายมาตั้งแต่ต้นกล่าวหาต่อไปว่า เป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่เพื่อปกปิดความจริงเรื่องการค้ากามเด็กของนางคลินตันและพรรคพวก เหตุการณ์ในวอชิงตันครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากการใช้เทคโนโลยีไปในทางทำชั่วซึ่งมีอยู่ทั่วไป มันเป็นคำสาปที่เทคโนโลยีมักมีติดมาด้วย

เป็นเวลาหลายปี คอลัมน์นี้อ้างถึงแนวคิดเรื่องคำสาปของเทคโนโลยีหลายต่อหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครใส่ใจ ทั้งนี้ คงเป็นเพราะฝรั่งยังไม่ใช้แนวคิดนี้ ซึ่งคงมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า The Curse of Technology ผมเริ่มใช้แนวคิดนี้ ตั้งแต่ในสมัยที่ยังเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเรื่องการพัฒนาประเทศเยเมนของธนาคารโลก เทคโนโลยีที่สาปเยเมนเป็นเครื่องเจาะบ่อบาดาลและเครื่องสูบน้ำพลังสูงซึ่งผมได้เล่าไว้ในหนังสือชื่อ “จดหมายจากวอชิงตัน” (ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.com) ผมมองว่าคำสาปของเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เยเมนเป็นรัฐล้มเหลวโดยสมบูรณ์อยู่ในขณะนี้

เนื่องจากเทคโนโลยียังจะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งและในหลายๆ กรณีก้าวหน้าไปในลักษณะที่เรียกว่าก้าวกระโดด เพราะมีอานุภาพมหาศาลที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เราจะมีทางอย่างไรหรือไม่ที่จะป้องกันมิให้คำสาปของมันหันมาทำร้ายเราเอง? คำตอบคือ มี แต่ยากที่จะทำได้ในความเป็นจริง ทั้งนี้ เพราะเราต้องเคร่งครัดในการปฏิบัติตามทฤษฎีสองสูงตัวจริง กล่าวคือ อานุภาพของเทคโนโลยียิ่งสูงขึ้นเท่าไร เราต้องเสริมฐานทางศีลธรรมจรรยาของเราให้งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ฐานทางศีลธรรมจรรยาของมนุษย์ในโลกปัจจุบันมิได้สูงขึ้นตามไปแบบทัดเทียมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตรงข้ามมันอาจลดลงจนส่งผลให้เกิดทฤษฎีสองสูงจอมปลอมจำพวกเห็นแก่ได้ ในแนวที่มีการเสนอในเมืองไทยหลายครั้ง ท่ามกลางสภาพเช่นนี้ ทางเดียวที่จะลดความเลวร้ายของคำสาปของเทคโนโลยีได้บ้างคือ การลดความฉ้อฉลของคนในภาครัฐ