วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จาก From Russia with love เป็น To Russia with love

โดนัล ทรัมป์ ของอเมริกากับ วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียจะกลายเป็น “คู่หูช็อกโลก”

 ที่กำลังจะเขย่าสมการการเมืองมหาอำนาจอย่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

ยิ่งทรัมป์ประกาศตั้ง Rex Tillerson เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ล้ำลึก ระหว่างผู้นำหมีขาวกับอินทรียักษ์

ไม่ว่าข้อสรุปของสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐหรือ CIA ที่ว่ารัสเซียได้ลอบเจาะล้วงระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง จะเป็นที่ยอมรับของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้หรือไม่ก็ตาม

เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ในฐานะซีอีโอของ ExxonMobil มีความสนิทชิดเชื้อกับวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย อย่างมีนัยสำคัญทั้งด้านธุรกิจและส่วนตัว

เริ่มจากที่เร็กซ์เป็นตัวแทนของเอ็กซ์ซอนในรัสเซียสมัยบอริส เยลท์ซินเป็นนายกรัฐมนตรี

คนในแวดวงภายในบอกว่าเร็กซ์น่าจะเป็นคนอเมริกัน ที่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปูตินมากกว่าคนอเมริกันอื่น ๆ ทั้งหมด ยกเว้นเฮนรี คิสซิงเจอร์ ที่มีความสนิทสนมมากกว่า

และแน่นอนว่าความใกล้ชิดนั้นย่อมมาจากผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน เช่นเมื่อปี 2011 เร็กซ์เป็นตัวแทน ExxonMobil ลงนามในข้อตกลงกับรัสเซีย ที่จะขุดเจาะหาน้ำมันร่วมกันในบริเวณอาร์คติค

ว่ากันว่าหากประสบความสำเร็จในธุรกิจร่วมกันครั้งนี้ คุณค่าทางธุรกิจอาจสูงถึง 300,000 ล้านเหรียญทีเดียว

การขุดเจาะน้ำมันเริ่มในทะเลคาร่า (Kara Sea) ในปี 2014 แต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อรัฐบาลสหรัฐ ประกาศคว่ำบาตรรัสเซียกรณีปูตินเกิดข้อพิพาทกับยูเครน

ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านั้นเพียงปีเดียว ปูตินมอบเหรียญรางวัลแห่งมิตรภาพให้กับเร็กซ์ ในฐานะสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย ได้อย่างมีความโดดเด่นเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัก โอบามากำลังเผชิญหน้ากับรัสเซียอย่างเข้มข้น

ตรวจประวัติเขาแล้ว เห็นได้ว่าเร็กซ์ไม่ได้ประกาศสนับสนุนทรัมป์ในช่วงต้น ๆ ของการแข่งขันชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับบลิกันในตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยซ้ำ แรกเริ่ม เขาให้เงินบริจาคสนับสนุนเจ๊ป บุช

ไม่น่าแปลกใจหากก่อนหน้านี้เขาจะมีความโน้มเอียงไปทางตระกูลบุช เพราะเขาเกิดเท็กซัสและเรียนหนังสือที่นั่น จนจบปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก University of Texas at Austin

เร็กซ์ปีนี้อายุ 64 เป็นลูกหม้อของ Exxon ทำงานที่นี่มากว่า 30 ปี โดยเข้ารับตำแหน่งแรกในปี 1975 ในฐานะวิศวกรการผลิต และไต่เต้าขึ้นถึงตำแหน่งบริหารสูงสุดด้วยการผ่านงานด้านต่าง ๆ ของบริษัทน้ำมันที่มีมูลค่าธุรกิจใหญ่อันดับ 5 ของสหรัฐ

เขาเคยประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลโอบามาและยุโรป ประกาศคว่ำบาตรหรือบอยคอทท์ทางเศรษฐกิจ ต่อรัสเซียในกรณีเข้ารุกรานยูเครน

นั่นยอมแปลว่าเมื่อทรัมป์เข้านั่งทำเนียบขาว และเร็กซ์ขึ้นตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียของสหรัฐ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนไปสู่ความผ่อนคลายลงก็ได้

ทรัมป์พูดถึงเร็กซ์ว่าเขาไม่ใช่เพียงนักบริหารธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้มีบทบาทระดับโลก” และมีความสามารถในการคบหาเจรจาหาข้อตกลงกับรัฐบาลต่างประเทศทั่วโลกอีกด้วย

นั่นเป็นความสามารถด้านธุรกิจ ที่ไม่จำเป็นต้องแปลเป็นความเก่งกาจด้านการทูตเสมอไป

ที่ต้องจับตาคือเร็กซ์จะผ่านการตรวจสอบ และซักไซ้ไล่เลียงของสมาชิกวุฒิสภา ที่มีอำนาจเห็นพ้องหรือคัดค้าน การเสนอให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศโดยทรัมป์หรือไม่

ยิ่งเมื่อโอบามาสั่งให้สอบสวนข้อสงสัยว่า มอสโกใช้วิธีการผิดกฎหมายทางไซเบอร์ เพื่อแทรกแซงผลการเลือกตั้งของสหรัฐ ก็ยิ่งทำให้สมาชิกวุฒิสภาในคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐ ต้องทำหน้าที่ในการซักถามทุกรายละเอียด เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเร็กซ์กับรัสเซียในทุก ๆ ด้าน

หากประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เชื่อหน่วยข่าวกรองของรัสเซียมากกว่าซีไอเอของตัวเอง ก็จะเป็นเรื่องน่าวิตกสำหรับคนอเมริกันแน่นอน

โดยเฉพาะต้องไม่ลืมว่าปูตินเคยทำงานให้หน่วยข่าวกรอง สมัยที่ยังเรียกขานในนาม KGB ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ทางการเมือง!