การที่อังกฤษมีประชามติให้ออกจากสหภาพยุโรปและการที่นายทรัมป์ชนะการเลือก
ตั้งประธานาธิบดี เป็นการยืนยันว่าปัจจุบันการรวมตัวทางเศรษฐกิจและการค้าเสรีนั้นเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ซึ่งผมเห็นว่าจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคนบนโลกในนี้ แม้แต่คนงานในสหรัฐที่นึกว่าตนเองได้ประโยชน์จากนโยบาย “ยกหูโทรศัพท์” ของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ที่กดดันให้บริษัทผลิตเครื่องปรับอากาศ Carrier ลดทอนแผนการตั้งโรงงานประกอบเครื่องปรับอากาศที่เม็กซิโก ทำให้นายทรัมออกมาประกาศว่าประสบความสำเร็จในการช่วยให้คนงาน 1,100 คนยังมีงานทำต่อไป และยังข่มขู่อีกด้วยว่าบริษัทสหรัฐ บริษัทใดที่คิดจะ “ส่งออกงาน” ไปประเทศอื่น จะต้องรับรู้ว่าจะมีผลกระทบตามมา “there will be consequences”
ผมจึงอยากจะเขียนบทความเกี่ยวกับข้อดีของการค้าเสรี 2-3 ตอน โดยในตอนแรกนี้จะขอนำเอาบทความเดิมที่เคยเขียนลงในกรุงเทพธุรกิจ 15 ปีที่แล้วมาเป็นจุดเริ่มต้นดังต่อไปนี้
“ผมเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนการค้าเสรี ซึ่งแตกต่างจากนักธุรกิจและผู้ที่มองตัวเองว่าเป็น “นักปฏิบัติ” ซึ่งเห็นว่า ผู้ที่สนับสนุนการค้าเสรีคือ ผู้ที่อ่อนต่อโลก ของการแข่งขันที่เป็นจริง ที่ผู้ผลิตจะต้องแข่งกันอย่างเป็นธรรม โดยผู้ผลิตของประเทศเจ้าบ้านที่อ่อนเเอกว่าสมควรรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติที่แข็งแรงกว่าได้
เมื่อ 171 ปีที่แล้ว นักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศส นาย Federic Bastiat เขียนบทความในเชิงเสียดสี (satire) ให้เห็นถึงจุดอ่อนต่างๆ ของเหตุผลที่ถูกนำมาอ้าง เพื่อกีดกันการค้าเสรี ซึ่งผมขอนำมาสรุปให้อ่านดังนี้
“ คำร้องของผู้ผลิตเทียนไข คศ.1845 ”
วุฒิสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
“เราผู้ผลิตเทียนไขกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากคู่แข่งจากต่างประเทศอันทรงพลังจนกระทั่งเขาครอบครองตลาดของประเทศฝรั่งเศสที่รักยิ่งของเราไปหมดสิ้น และสามารถผลิตแสงสว่างได้ในราคาถูกมากเสียจนเราไม่มีลู่ทางใดที่จะแข่งขันกับเขาได้เลย ดังนั้น เขาจึงทำลายอุตสาหกรรมเทียนไขที่เป็นอุตสาหกรรมสำคัญยิ่งแขนงหนึ่งของประเทศ คู่แข่งในที่นี้ก็คือ ดวงอาทิตย์นั่นเอง เราจึงขอให้ท่านออกกฏหมายให้ประชาชนทุกคนปิดหน้าต่างให้หมดเพื่อไม่ให้ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ เพื่อที่ประชาชนจะได้หันมาซื้อเทียนไขแทน และให้เราผูกขาดการสร้างแสงสว่างแต่ผู้เดียวทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน
ท่านไม่มีสิทธิจะอ้างว่าการทำเช่นนั้นจะไม่เป็นประโยชน์กับประเทศ เพราะทำให้ผู้บริโภคจะต้องมีภาระเพิ่มขึ้น เพราะท่านไม่เคยเข้าข้างผู้บริโภคเลย เช่น การเก็บภาษีศุลกากร ซึ่งทำให้สินค้าจากต่างประเทศราคาแพงขึ้น ก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้ผลิตภายในประเทศให้สามารถแข่งขันได้ นอกจากนั้น ท่านได้เคยอธิบายให้เราฟังว่าผู้ผลิตและผู้บริโภคก็คือ คนคนเดียวกันและเมื่อผู้ผลิตได้ประโยชน์จากการกีดกันทางการค้า ผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ในทางอ้อมเช่นกัน เพราะเมื่อเราเพิ่มกำลังการผลิตเราก็จะสร้างอุปสงค์อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการซื้อไขมาทำเทียนหรือการใช้ถ่านหิน เหล็กประเภทต่างๆ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ้างแรงงาน และเมื่อพวกเราร่ำรวยเราก็จะบริโภคมากขึ้น อันจะสร้างความร่ำรวยให้กับผู้อื่นในสังคม อย่างทั่วถึง
อาจมีผู้คัดค้านว่าแสงจากดวงอาทิตย์เป็นสิ่งที่ได้เปล่า ดังนั้นการที่จะไม่รับ “ของฟรี” โดยอ้างว่าต้องการสร้างงานย่อมเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล แต่หากท่านอาศัยข้ออ้างดังกล่าวก็เท่ากับท่านปฏิเสธหลักการพื้นฐานของแนวคิดของท่านทั้งหมด เพราะหากสินค้าจากต่างประเทศมีราคาถูกกว่าสินค้าในฝรั่งเศส 10 ฟรัง ก็เสมือนว่าส่วนที่ถูกกว่า 10 ฟรัง ก็คือส่วนที่ผู้บริโภค “ ได้เปล่า” หรือเป็นของฟรีนั่นเอง และที่ผ่านมานั้นยิ่งส่วนที่ได้เปล่ามีสัดส่วนสูงมากเท่าไร(ราคาสินค้าจากต่างประเทศถูกกว่าสินค้าในประเทศเท่าไร) ท่านก็จะกีดกันสินค้าดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น ในอดีตเมื่อท่านเข้าข้างผู้ผลิตที่ต้องการผูกขาดตลาดในประเทศนั้น ท่านกระทำแบบครึ่งๆกลางๆเท่านั้น การเห็นชอบคำร้องเรียนของเราให้ห้ามประชาชนรับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ จะเป็นการปฏิบัติตามแนวนโยบายของท่านอย่างเต็มที่และสมบูรณ์
ในความเป็นจริงนั้นทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นแรงงานหรือธรรมชาติถูกจัดสรรให้แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ส่วนของธรรมชาติที่แต่ละประเทศได้รับจัดสรรไปนั้น ย่อมเป็นส่วนที่ “ได้เปล่า”ดังนั้นหากผลส้มจากกรุงลิสบอนสามารถผลิตขายได้ในราคาเพียงครึ่งหนึ่งของผลส้มในกรุงปารีสก็เพราะธรรมชาติให้แสงสว่างที่กรุงลิสบอนมากกว่า และหากฝรั่งเศสต้องการแข่งขันโดยวิธีที่ไม่เป็นธรรมชาติก็ย่อมจะทำให้ฝรั่งเศสต้องสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าเพิ่มขึ้นอันจะทำให้สินค้าชาวฝรั่งเศสมีราคาแพงกว่า ดังนั้นเมื่อใดที่เราซื้อส้มที่นำเข้ามาจากประเทศโปรตุเกส ก็เสมือนว่าเราซื้อมาโดยการให้เปล่าจากธรรมชาติครึ่งหนึ่งและโดยแรงงานอีกครึ่งหนึ่งนั่นเอง
ดังนั้นนโยบายกีดกันทางการค้าของท่านจึงเป็นการปิดกั้นการ “ให้เปล่า” จากธรรมชาติของท่านและหากท่านกีดกันการค้าเพราะสินค้าต่างชาติราคาถูกกว่าสินค้าฝรั่งเศส อันเป็นผลที่ได้เปล่ามาจากธรรมชาติส่วนหนึ่ง ท่านย่อมต้องกีดกันแสงจากดวงอาทิตย์ด้วย เพราะว่าแสงจากดวงอาทิตย์เป็นส่วนที่ได้เปล่ามาจากธรรมชาติทั้งหมด ท่านจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง คือจะเปิดเสรีหรือจะปิดตลาดกันแน่”






