กับโลโก้ Trump ทางธุรกิจ?
เพราะโดนัลด์ ทรัมป์เป็นนักธุรกิจเต็มตัว พอเข้ามาเป็นนักการเมืองเต็มคราบ จึงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน”
เขาจะแยกยี่ห้อ Trump บนตึกและโรงแรมจาก Trump ในทำเนียบขาวได้อย่างไร?
บริษัทของทรัมป์เพิ่มขยายการสร้างโรงแรมอย่างคึกคักในช่วงหลัง จากเดิมมี 14 โรงแรม วันนี้มีกว่าร้อย
ปีที่ผ่านมาโรงแรมใหม่ของเครือทรัมป์เปิดที่วอชิงตัน ดีซี แคนาดาและปานามา และกำลังมองหาโอกาสในอีกหลายประเทศ ในเอเชียก็มีที่บาหลี (อินโดนีเซีย มุมไบและปูเน (อินเดีย) และโครงการสร้างตึกที่มียี่ห้อ Trump กำลังจะสร้างขึ้นที่บากู อาเซอร์ไบจันและอิสตันบุล
แม้ทรัมป์จะบอกว่าเมื่อนั่งทำเนียบขาวแล้ว ตัวเองจะไม่บริหารธุรกิจ แต่จะให้ลูกและญาติเป็นคนทำหน้าที่ ก็มีเสียงกระซิบกันในแวดวงการทูตแล้วว่าจากนี้ไปถ้าทูตประเทศไหนมาวอชิงตัน แล้วไม่มาพักโรงแรมของครอบครัวของท่านประธานาธิบดี ก็จะดูแปลก ๆ
มีคนแซวว่า หากนักการทูตต่างประเทศพบทรัมป์และถูกถามว่า “ท่านพักโรงแรมไหน?” นักการทูตตอบว่า “พักโรงแรมที่เป็นคู่แข่งของท่าน” ก็จะกระไรอยู่
ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ Stephen Bannon เจ้าของ Breitbart News (วันนี้เป็นที่ปรึกษาของท่านประธานาธิบดีคนสำคัญ) เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ISIS รัสเซียและตุรกี
ทรัมป์ตอบว่า “ผมอาจจะมีปัญหาในการตอบคำถามนี้ อาจจะเป็นประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะผมมีตึกใหญ่มากที่อิสตันบูล ตึก Trump Towers เป็นตึกคู่ด้วย...”
ชัดเจนว่าทรัมป์ไม่รู้จะแยกผลประโยชน์ส่วนตนทางธุรกิจ กับบทบาทหน้าที่ในการบริหารประเทศอย่างไร
เขาเคยประกาศว่าการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสเป็น “เป้าหมายอันดับแรก” ของการบริหารประเทศของเขา
แต่หากในสมองของเขา มีความลังเลว่าการปราบปรามไอซิสร่วมกับรัสเซียหรือตุรกี จะกระทบผลประโยชน์ทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเขาในประเทศนั้นๆ จะมิทำให้เกิดความสงสัยในหมู่คนทั้งโลกหรือ ว่าจะไว้วางใจผู้นำมหาอำนาจแห่งสหรัฐอเมริกา ในนโยบายที่มีความสำคัญอย่างนั้นได้อย่างไร
การที่ Ivanka ลูกสาวของทรัมป์ซึ่งนัยว่า จะเป็นหนึ่งในคนที่จะบริหารธุรกิจส่วนตัวของทรัมป์ เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี นั่งร่วมสนทนากับทรัมป์และนายกฯชินโซะ อาเบะของญี่ปุ่น ณ ตึกทรัมป์เทาเวอร์ที่นิวยอร์กเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้เกิดเสียงครหานินทาทันทีว่า นี่เป็นตัวอย่างชัดแจ้งของการผสมปนเป ระหว่างเรื่องระหว่างประเทศของทำเนียบขาว กับธุรกิจส่วนตัวของท่านว่าที่ประธานาธิบดีหรือไม่
และหากธุรกิจเครือข่ายทรัมป์เริ่มขายสิทธิในการใช้ชื่อทรัปม์ในต่างประเทศในลักษณะ franchise ก็จะเกิดโรงแรมหรือตึกต่าง ๆ ที่มีโลโก้ Trump ปรากฏไปทั่วโลก เป็นชื่อเดียวกับท่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ
อย่างนี้จะเกิดความสับสนระหว่างทรัมป์ในทำเนียบขาว กับทรัมป์ที่เป็นยี่ห้อธุรกิจที่กระจายตัวไปทั่วโลกหรือไม่?
แน่นอนว่า คนที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ มักจะมีโอกาสสร้างรายได้พิเศษหลังออกจากตำแหน่ง เช่นเขียนบันทึกความทรงจำขายหรือไปปราศรัยในที่ต่าง ๆ พร้อมค่าตัวแพงกว่าคนปกติทั่วไป
บารัก โอบามาบอกว่ากำลังพิจารณาว่าหลังจบเทอมทำเนียบขาวแล้ว จะตั้งบริษัทที่ปรึกษาการร่วมลงทุนในธุรกิจ
แต่นั่นเป็นการทำรายได้พิเศษหลังจากออกจากตำแหน่ง
สำหรับทรัมป์ ยังไม่ทันเข้านั่งทำเนียบขาวก็เริ่มจะมีร่องรอยของการ “สร้างค่าให้กับยี่ห้อทรัมป์” ในรูปแบบต่าง ๆ แล้ว
จึงมีคำถามอย่างกว้างขวางว่า หากเขาไม่แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตน กับการทำหน้าที่เพื่อสาธารณประโยชน์ มาตรฐานแห่งจริยธรรมและธรรมาภิบาลของการเมือง ระดับสูงสุดของอเมริกาจะร่วงหล่นลงมารุนแรงขนาดไหน
สำหรับทรัมป์ ไม่มีใครประเมินอะไรได้ทั้งนั้น... รวมถึงการประเมินราคาทรัพย์สินที่จะเพิ่มขึ้นเพราะตำแหน่งทางการเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อม






