ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ต่างพากันโฆษณากองทุนรวมหุ้นระยะยาว
(LTF) กันอย่างคึกคัก ไม่ใช่แค่เพราะเป็นช่วงเทศกาลลดหย่อนภาษีปลายปีเท่านั้น ในปีนี้ยังมีวาระพิเศษเพิ่มเติม
ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้ขยายระยะเวลา การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนใน กองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือ LTF จาก เดิม 5 ปีปฏิทินเป็น 7 ปีปฏิทินสำหรับ LTF ที่ซื้อตั้งวันที่ 1 ม.ค.2559 ถึง 31 ธ.ค. 2562พร้อมกันนั้นยังได้ยกเลิกเงื่อนไขการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีว่าต้องเป็นเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อ LTF ที่จดทะเบียนในวันที่ 30 มิ.ย. 2550 ซึ่งหมายความว่าบลจ.สามารถจัดตั้งกองทุน LTF ใหม่ได้ซึ่งทางสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้มีประกาศไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2559
ในช่วงก่อนหน้านี้การลงทุนใน LTF เรามีทางเลือกอยู่ประมาณ 52 กองทุน แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีกองทุน LTF เปิดตัวแล้วถึง 19 กองทุนทีเดียว เพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนได้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่นกองทุนที่เน้นหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก หรือหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงกองทุนเฉพาะกลุ่มอย่างกองทุนชารีอะห์ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนลาวมุสลิมเข้าถึงการลงทุนได้ด้วย
นอกจากนี้ยังจะเอื้อให้ บลจ.น้องใหม่ที่พึ่งเข้าตลาดในช่วง 9 ปีหลังสามารถมีผลิตภัณฑ์ให้นักลงทุนได้เลือกครบครันมากขึ้น เพิ่มจำนวนผู้เล่นในตลาด ช่วยให้การแข่งขันเพิ่มขึ้นซึ่งในที่สุดประโยชน์ ก็จะตกอยู่กับผู้บริโภคหรือนักลงทุนทั้งนั้น
แม้ว่าข้อดีของกองทุน LTF ที่มีอยู่เดิมก่อนหน้านี้คือผลการดำเนินงานในอดีตที่ชี้วัดถึงความสามารถ ในการบริหารงานและผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับ ขณะที่กองทุนใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวส่วนใหญ่ เป็นการนำกองทุนรวมหุ้นที่แต่ละบลจ.มีอยู่มาปรับให้เป็นรูปแบบของ LTF แทน ทำให้สามารถคาดการณ์ผลงานการบริหารกองทุนได้โดยอ้างอิงจากกองทุนเดิมที่มีอยู่
แม้อาจจะไม่ใหม่เสียทีเดียวแต่ก็ถือว่ามีทางเลือกมากขึ้น ในสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน






