วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จะใช้อีกกี่ชีวิต เซ่นความมักง่ายเรือแสนแสบ

นับตั้งแต่ปี 2533 จนถึงขณะนี้ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จํากัด

 ได้รับสัมปทานเดินเรือคลองแสนแสบมายาวนานถึง 26 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ตั้งแต่เหตุการณ์ขนาดใหญ่ เรือใช้ก๊าซแอลเอ็นจีระเบิดเมื่อเดือนมี.ค.2559 มีผู้บาดเจ็บ 65 คน พนักงานประจำเรือตกน้ำเสียชีวิต ในปี 2553 ผู้โดยสารพลัดตกที่ท่าประตูน้ำเสียชีวิต ในปี 2555 และล่าสุด ผู้โดยสารตกน้ำเสียชีวิตที่ท่าเรือนานาชาติ และยังมีอุบัติเหตุต่างๆ อีกมากทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว 

แต่ปรากฎว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาก็ไม่ช่วยให้เกิดการปรับปรุงบริการแต่อย่างใด มีเพียงแผ่นโฟมเล็กๆประดับเรือไม่กี่สิบแผ่น เป็นเครื่องรางของขลังที่คาดว่าจะช่วยชีวิตคนได้บ้าง ซึ่งไม่เพียงพอต่อผู้โดยสายที่ขึ้นเรือในแต่ละเที่ยวนับร้อยคน 

โดยเฉพาะครั้งล่าสุด กล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพอย่างละเอียด เห็นได้ชัดว่าน่าจะเป็นความประมาทของผู้ขับขี่เรือ และความไม่ใส่ใจของพนักงานประจำเรือ ที่ไม่ยึดเรือให้มั่นคงในขณะรับส่งผู้โดยสาร ปล่อยให้ต้องกระโดดขึ้นท่าเรือเอง ซึ่งผู้ที่เคยใช้บริการต่างเห็นภาพนี้กันจนชินตา

อุบัติเหตุครั้งนี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ผู้โดยสารตกน้ำไปได้อย่างไร แต่ประเด็นอยู่ที่ ทำไมไม่มีพนักงานงานกระโดดลงไปช่วยโดยทันที แต่กลับเดินเรือต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กว่าที่จะมีนักประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยเข้ามาช่วยก็กินเวลาอีกหลายชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตสำนึกของพนักงานประจำเรืออย่างร้ายแรง และขาดการฝึกอบรมแผนรับมือฉุกเฉิน

ดังนั้น สิ่งที่กรมเจ้าท่า และหน่วยราชการที่เกี่ยวของจะต้องทำต่อไป ไม่ใช่เพียงมาพูดเรื่องการปรับปรุงท่าเรือ การปรับปรุงเรือในด้านต่างๆ เพราะเรื่องพวกนี้พูดมานานกว่า 20 ปี แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นรูปธรรม โดยสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ ก็คือการบังคับให้ บริษัทที่ได้รับสัมปทาน จะต้องวางแผนรับมือกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในทุกๆด้าน และมีการซ้อมแผนรับมือฉุกเฉินอย่างเป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน 

รวมทั้งจะต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือที่ผ่านการอบรมทักษะในการช่วยชีวิต และมีอุปกรณ์การช่วยเหลือต่างๆที่ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าประจำเริือสามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ควรจะเพิ่มวงเงินประกันชีวิตให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ผู้เสียชีวิตได้เงินประกันเพียง 1 แสนบาท 

ในส่วนของตัวเรือก็ควรจะปรับปรุงให้มีทางขึ้นลงโดยเฉพาะ 1 - 2 ทาง ไม่ใช้ปล่อยให้ผู้โดยสารต้องขึ้นมายืนบนกราบเรือใช้ทักษาส่วนตัวในการกระโดดขึ้นลง ขณะที่ท่าเรือก็ควรจะเป็นแบบปรับขึ้นลงตามกระแสน้ำ เพราะในช่วงน้ำลดแทบจะต้องปีนขึ้นท่าเรือเลยทีเดียว 

หรือถ้าบริษัทเดิมไม่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรจะเปิดกว้างให้รายอื่นที่มีความพร้อมกว่าเข้ามาแข่งขัน เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารมีทางเลือกมากกว่าหนึ่ง เพราะถ้ายังไม่รีบปรับปรุงในอนาคตหากรถไฟฟ้าทุกเส้นทางก่อสร้างเสร็จ การเดินทางในคลองแสนแสบคงจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้โดยสารอย่างแน่นอน

...................................................

วัชร ปุษยะนาวิน [email protected]