วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุคแห่งความกลัว

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ

ในตลาดเงินตลาดทุนและภาคธุรกิจ ซึ่งอาจเรียกว่า“ปรากฏการณ์แห่งความกลัว” โดยในช่วงก่อนการเลือกตั้ง คนในแวดวงตลาดเงินต่างโจมตีนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐว่าจะสร้างความผันผวน และความไม่แน่นอนให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากนโยบายของนายทรัมป์ มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนโยบายเดิมของสหรัฐ ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในกระบวนการโลกาภิวัฒน์โลก

ความตื่นกลัวของคลาดเงินตลาดทุนสะท้อนให้เห็นว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ส่วนมากจะมาจากผลการคาดการณ์ว่านายทรัมป์มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง และที่สำคัญในวันเลือกตั้งตลาดเงินตลาดทุนปั่นป่วนอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดหุ้นหลักๆของโลกร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากเกรงว่านโยบายของนายทรัมป์จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อนโยบายเปิดเสรีทางการเงินที่ดำเนินมานับสิบปี จนขณะนี้เรียกว่ากระแสเงินทุนเกิดโลกาภิวัฒน์อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความตื่นกลัวมากเกินไป หลังจากที่ผ่านมการเลือกตั้งไปเพียงวันเดียว ตลาดเงินตลาดทุนเกิดกระแสตรงกันข้าม ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นแรงและค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า เมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างๆทั่วโลก ทั้งที่เวลาห่างกันแค่วันเดียวและปัจจัยความกังวลผลการเลือกตั้งก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งมีการอธิบายว่านโยบายของนายทรัมป์จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในบางด้าน และประเมินว่าหลายนโยบายอาจเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก

แม้ตลาดเงินตลาดทุนยังมีความผันผวนต่อไป ตราบใดที่นายทรัมป์ยังไม่ประกาศนโยบายที่ชัดเจน ซึ่งจากเหตุการณ์สองวันได้ชี้ให้เห็นว่าเกิดปรากฏการณ์แห่งความตื่นตระหนก ซึ่งเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งความกลัวโดยไร้เหตุผล เพราะหาไม่แล้วคงไม่มีเหตุการอธิบายเรื่องเดียวกันด้วยเหตุผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเป็นความกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ได้ แต่เนื่องจากเรากำลังอยู่ในยุคแห่งความกลัว ทำให้เรากังวลทุกอย่างที่อาจจะมากกระทบของเดิมที่เป็นอยู่

ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับคนไทยทั่วไป ที่อาจได้รับผลกระทบหรือไม่ก็ได้จากนโยบายใหม่ของสหรัฐ เราจำเป็นต้องตั้งสติกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับความผันผวน และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริงตามกาารคาดการณ์ และหากติดตามเหตุผลของคนแวดวงต่างๆ ที่อธิบายเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะเห็นว่าถึงที่สุดแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ

แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง ของนโยบายประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ซึ่งมีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกย่อมส่งผลต่อประเทศไทยไม่มากก็น้อย แต่ความกังวลที่มากเกินไปทำให้เราเกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ภาวะความตื่นกลัวที่มากเกินเหตุได้เกิดขึ้นกับคนอเมริกันจนเกิดการประท้วงผลการเลือกตั้งในหลายเมืองของสหรัฐ และในบางพื้นที่มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การจลาจลได้ง่าย

เราเห็นว่าขณะนี้เรากำลังตื่นกลัว เช่นดียวกันกับหลายประเทศทั่วโลก ทั้งๆที่ยังไม่มีความชัดเจนใดๆว่านายทรัมป์จะสามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงได้หรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าปัจจุบันมีตัวแปรต่างๆมากมายในโลก ที่จะทำให้ไม่สามารถดำเนินนโยบายอย่างที่คิดกันไว้ ดังนั้นทางออกของเราในขณะนี้เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นกลัวเกินไป เราจำต้องหันกลับมาดูพื้นฐานที่แท้จริงของไทยว่าเป็นอย่างไร และหากเรายังเชื่อมั่นว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมของเราแข็งแกร่งเพียงพอ เราก็มุ่งดำเนินไปตามนั้นโดยไม่ต้องกังวลสิ่งที่ยังมาไม่ถึง