แล้ววันที่ประชาชนชาวอเมริกันต้องตัดสินใจเลือกคนที่แย่น้อยกว่าก็มาถึง วันนี้ผมจะมาประเมิน
ผลกระทบทางนโยบายเศรษฐกิจหากนายโดนัลด์ ทรัมป์หรือนางฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ผมขอเริ่มจากกรณีที่หากนายทรัมป์ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเสียก่อน
จะขอแบ่งผลกระทบออกเป็นสามส่วนได้แก่ หนึ่ง นโยบายการคลัง จุดนี้ถือเป็นความท้าทายของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นอย่างมาก ผมค่อนข้างมองในแง่ดีนโยบายการคลังว่าเป็นจุดที่นายทรัมป์ดูแล้วอาจจะเหนือกว่านางคลินตัน โดยคาดว่านายทรัมป์น่าจะแบ่งจังหวะในการดำเนินนโยบายการคลังออกเป็น 3 สเต็ป เริ่มจากลดอัตราภาษีกับคนทำงานและภาคเอกชน จากนั้นจะหันไปเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
อาทิ ท่อน้ำมันในส่วน Keystone Pipeline ที่เชื่อการส่งน้ำมันระหว่างสหรัฐและแคนาดา ตบท้ายด้วยการเพิ่มอัตราภาษีของสินค้านำเข้าบางประเภทจากต่างประเทศ หากขั้นตอนทั้งสามสามารถทำได้แบบกลมกล่อม ก็น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐในระยะเวลาอีก 1-2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี ความไม่คุ้นชินกับสไตล์นโยบายการคลังดังกล่าว จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสายตานักวิเคราะห์ในช่วงแรกๆ
นอกจากนี้ เศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัสเซีย ยกเว้นในช่วงต้นๆ น่าจะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวผ่านปริมาณการนำเข้าสินค้าที่จำเป็นของสหรัฐจากตลาดเหล่านี้ที่จะสูงขึ้น
สอง นโยบายการเงิน ตรงนี้ถือเป็นจุดอ่อนของนายทรัมป์ เนื่องจากทีมเศรษฐกิจด้านมหภาคของเขายังถือว่าหลวมมาก หากนายทรัมป์ไม่สามารถหาแกนนำที่รู้ทันผลกระทบของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด อาจจะทำให้นโยบายการเงินที่มาถูกทางพอควรในช่วง5-6 ปีนี้ออกทะเลได้ไม่ยาก ทว่ายังโชคดี ที่นายทรัมป์ยังมีนายเรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อดัง ที่ศึกษาเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่พอจะจับทางภาพมหภาคของเศรษฐกิจได้ไม่เลวนัก เลยยังคิดว่าแม้นางเจเน็ต เยลเลน จะต้องออกจากตำแหน่งประธานเฟดในอีก 1-2 ปี ก็ยังพอจะกล้อมแกล้มผ่านด้วยคำปรึกษาของนายดาลิโอได้ ผมคิดว่าเฟดหลังยุคนางเยลเลนจะโฟกัสไปที่การจ้างงานเป็นหลัก และอาจจะไม่ลดดอกเบี้ยมากเหมือนเมื่อก่อนแม้ว่าเศรษฐกิจจะสะดุดในอนาคตก็ตาม โดยหันไปใช้นโยบายการคลังเป็นหลัก
สาม ตลาดเงินและตลาดทุน คงจะผันผวนในช่วงสั้น โดยตลาดหุ้นสหรัฐอาจจะลดลงในสัปดาห์แรกหลังรู้ข่าวราวร้อยละ 7 บ้านเราน่าจะราวร้อยละ 3-4 จากนั้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ก็จะดีขึ้นจากนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายอย่างหนัก ทั้งนี้ จีนน่าจะได้ประโยชน์จากความที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับชาวโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐ เพราะจีนอยากจะยุ่งกับชาวโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองในช่วงนี้พอดี เพื่อให้สามารถระบายความร้อนแรงของเศรษฐกิจในประเทศตนเองให้กับภูมิภาคอื่นๆของโลกผ่านอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ในช่วง 6 เดือนแรก ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนลง เนื่องจากการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดทั้งนี้โอกาสดังกล่าวอาจจะเหลือร้อยละ 50 ภายในปีนี้หากไปถึงจุดนั้น รวมถึงความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อสหรัฐจะลดลงในช่วงปีแรกของนายทรัมป์
หันมาฝั่งนางคลินตันกันบ้าง หากเธอเป็นฝ่ายกำชัย เศรษฐกิจสหรัฐจะเดินไปแบบที่คล้ายๆกับในตอนนี้ โดยนโยบายการเงินและการคลังจะผ่อนคลายกว่าปัจจุบันเล็กน้อย ด้านจีดีพีและอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของนโยบายของนางคลินตันจะมาให้เห็นชัดๆ ในช่วงครึ่งหลังของวาระประธานาธิบดี เนื่องจากเธอคงจะไม่ลงเลือกตั้งต่อในอีก 4 ปีข้างหน้า จากปัญหาสุขภาพของเธอ ทำให้มีแนวโน้มว่าจะไม่ยืดหยุ่นในการปฏิบัตินโยบายที่ไดเประกาศไว้ตอนนี้ และอาจจะก่อผลเสียในภาพรวมได้บ้างต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ทั้งนี้เซกเตอร์สถาบันการเงินจะถูกกดดันให้มีกฎเกณฑ์มากขึ้น ผ่านนางอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตที่จะก้าวมารับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ที่จะไม่ยอมให้สถาบันการเงินเป็นเสือนอนกินอีกต่อไป รวมถึงบริษัทยาจะต้องรอการแทรกแซงของนางคลินตันให้ราคายาไม่สูงเกินควร ทว่าเซกเตอร์พลังงานจะสดใสจากการทุ่มลงทุนในพลังงานทางเลือก
อย่างไรก็ดี ทั้งคู่จะทำงานง่ายในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐก็ต่อเมื่อสภาคองเกรสที่จะเลือกในช่วงเวลาพร้อมกัน มีเสียงส่วนใหญ่ที่จะต้องมาจากพรรคของตนเองด้วย
มาถึงวินาทีนี้ คนที่หัวเราะร่าหลัง 8 พฤศจิกายนนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากนายสี จิ้น ผิงประธานาธิบดีของจีน ที่จะเห็นสหรัฐอเมริกาอ่อนแอลงเรื่อยๆ ภายใต้การนำของผู้นำที่เปรียบเหมือนไม่ว่าจะเป็นผีเน่าหรือโรงผุก็ตามครับ






