วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นโยบายสาธารณะและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในระยะเปลี่ยนผ่าน (จบ)

ในการศึกษาการวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจนั้น ต้องมีการพิจารณาตั้งแต่ ประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ

ที่มาของนโยบาย การก่อตัวของนโยบาย(Policy Formulation) การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ(PolicyImplementation) การประเมินผลนโยบาย (Policy Evaluation) การประเมินผลนโยบายสาธารณะใดๆก็ตามต้องยึดหลักวิชาการ หลักของเหตุผล มากกว่า การนำเอาประเด็นทางนโยบายสาธารณะมาทำลายฝ่ายตรงข้ามหรือมาเป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นได้เสมอทั้งในระบอบเผด็จการ ระบอบอำนาจนิยมทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา หรือ แม้นในระบอบประชาธิปไตย สิ่งนี้ก็เห็นกันอยู่ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือ การเลือกตั้งในยุโรป

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่างๆเพื่อหาผู้รับผิดชอบต่อการดำเนินนโยบายผิดผลาดนั้นต้องยึดหลักนิติรัฐและหลักวิชาการ ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องระบบยุติธรรมและรัฐบาลในอนาคตอาจไม่กล้าดำเนินนโยบายสาธารณะใดๆ แม้นได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนแล้วก็ตาม ผู้นำทางการเมืองจากการเลือกตั้งก็จะมีข้อจำกัด มีข้อ

นโยบายบางอย่างอาจก่อให้เกิดภาระทางการคลังหรือหนี้สาธารณะ (ไม่อาจเรียกว่าเป็นความเสียหายหากไม่มีการทุจริต) แต่มีเป้าหมายชัดเจน การประเมินผลจึงต้องรอดูผลในระยะปานกลางและระยะยาวด้วย และ ส่วนใหญ่มักจะมีผลกระทบข้างเคียงทั้งทางบวกและทางลบเสมอ หากเมื่อพิสูจน์ได้ว่า นโยบายทางเศรษฐกิจมีเป้าหมายดังที่จะได้กล่าวต่อไปนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะไปเอาผิดยกเว้นที่การกระทำทุจริตเข้าไปเกี่ยวข้อง เป้าหมายของนโยบายเศรษฐกิจที่ดีมีดังต่อไปนี้

1) การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic growth) คือ การผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น และคุณภาพสูงขึ้น หรือ เพิ่มมาตรฐานการครองชีพให้สูงขึ้น ในทางทฤษฎีอธิบายโดยใช้เส้นเป็นไปได้ในการผลิต (Production Possibility Curve or Frontier) นั่นคือ การทำให้เส้นเป็นไปได้ในการผลิตขยายออกไปทางขวา มีการอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอันนำมาสู่ความก้าวหน้าและความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ แนวคิดการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้รับการท้าทายโดยสำนักคิดเศรษฐศาสตร์ทางเลือกว่า จริงๆแล้วแนวคิดนี้นำมาสู่ความสุขและคุณภาพที่แท้จริงของมนุษย์หรือไม่ แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์และแนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะต่อมา จึงให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ ให้ “มนุษย์” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนามากขึ้น รวมทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องมีความยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และมีความสมดุล

2) ภาวะการจ้างงานเต็มที่ (Full employment) นั่นคือ สามารถหางานให้ประชาชนทุกคนทำได้ตามขีดความสามารถและศักยภาพปกติของแรงงาน ภาวะการจ้างงานเต็มที่หมายถึงระบบเศรษฐกิจมีอัตราการว่างงานเท่ากับอัตราการว่างงานตามธรรมชาติ (Natural Rate of Unemployment) เท่านั้น ภาวการณ์มีการทำงานของประชาชนในระบบเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายสำคัญของการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

3) ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Efficiency) คือสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดได้ หรือตอบสนองความต้องการได้สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่

4) เสถียรภาพของระดับราคา (Price-level stability) ต้องไม่ให้เกิดความผันผวนทางด้านราคามากเกินไปอันนำมาสูความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ หลีกเลี่ยงไม่ให้ระดับราคามีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว พยายามไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และภาวะเงินฝืด

5) มีเสรีภาพในทางเศรษฐกิจ (Economic freedom) มีหลักประกันว่าองค์กรธุรกิจ แรงงาน และผู้บริโภคมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยที่เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย สิ่งที่นี้เป็นพื้นฐานสำคัญของประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่เป็นรากฐานของประชาธิปไตยทางการเมืองที่มั่นคง

6) การกระจายรายได้ทรัพย์สินและความมั่งคั่งที่เป็นธรรม (Equitable distribution of income/Asset/Wealth) พัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการกระจายตัวของรายได้ ทรัพย์สิน ความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม การพัฒนาหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างชนชั้นมากเกินไป

7) ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic security) ให้สมาชิกของสังคมเกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีหลักประกันในการมีงานทำ สร้างระบบที่มีการดูแลผู้ป่วย ผู้ทุพพลภาพ ผู้ถูกเลิกจ้าง หรือผู้ที่ไม่สามารถหางานทำได้ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ จัดตั้งและพัฒนาระบบสวัสดิการทางสังคมตลอดจนบริการทางการศึกษาและระบบสาธารณสุข

8) การสร้างดุลยภาพต่อภายนอกด้วยดุลการชำระเงินที่เหมาะสม(Balance of Payment) หาจุดที่เหมาะสมที่สุดในการก่อให้เกิดดุลการค้าและดุลบริการหรือดุลบัญชีเดินสะพัดที่เหมาะสมกับประเทศต่างๆทั่วโลก หรือ เกิดดุลยภาพของธุรกรรมทางการค้า การเงิน และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

หากนโยบายสาธารณะหรือนโยบายเศรษฐกิจใดๆสามารถทำให้เกิดการบรรลุเป้าหมายที่กล่าวมาข้างต้นได้ ก็ต้องถือว่าเป็นการดำเนินนโยบายสาธารณะอย่างที่ควรจะเป็น หากเกิดความเสียหายขึ้นมาในภายหลังก็ต้องไปศึกษาวิจัยว่ามันเกิดจากปัจจัยอะไร หรือ การขาดทุนทางการเงินบางส่วนทำให้เกิดผลบวกในทางเศรษฐกิจในระยะปานกลางหรือระยะยาว รวมทั้งช่วยลดความเหลื่อมล้ำ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจผิดผลาดในหลายประเทศบางทีกว่าจะเห็นผลก็ใช้เวลายาวนาน อย่างเช่น กรณีเวเนซูเอลา เป็นต้น