ถ้าฮิลลารี คลินตัน และ โดนัล ทรัมป์ เกิดป่วยหนัก
ก่อนวันเลือกตั้งที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จนไม่สามารถหาเสียงเพื่อชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว จะเกิดอะไรขึ้น?
การเมืองมะกันปั่นป่วนแน่
เมื่อเช้าวันอังคาร ฮิลลารี คลินตัน เข้าสายซีเอ็นเอ็น ยืนยันว่า “ดิฉันสบายดีแล้ว อีกไม่กี่วันจะกลับไปหาเสียง”
หมอบอกให้เธอพักสัก 5 วัน แต่เธอบอกว่าอีกวันสองวัน ก็จะลุกขึ้นมาพบปะประชาชนแล้ว
หมอบอกว่า ฮิลลารี เป็น “นิวโมเนีย” หรือปอดบวม กินยาฆ่าเชื้อแล้วก็น่าจะหายได้
ปีนี้ฮิลลารีอายุ 69 หากเธอได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ก็จะเป็นผู้เข้ารับตำแหน่งสูงสุดของประเทศ อายุมากอันดับสองรองจากโรนัล รีแกน
โดนัล ทรัมป์ ปีนี้ 70 แล้ว หากชนะเลือกตั้งก็จะรับตำแหน่ง ในฐานะประธานาธิบดีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน
ทรัมป์บอกว่าเพิ่งไปตรวจร่างกายมา และจะเปิดเผยผลการตรวจให้ประชาชนได้รับรู้ในเร็ววัน
ฮิลลารี บอกซีเอ็นเอ็นว่าเธอไม่คิดว่าเรื่องที่เธอเดินเซวันศุกร์ทีแล้ว ระหว่างร่วมพิธีรำลึกเหตุการณ์ 9/11 จะเป็นเรื่อง “ใหญ่โตอะไรมากมาย”
และเรียกร้องให้ทรัมป์เปิดเผยรายละเอียดหลายเรื่อง ที่ยังไม่ยอมบอกกล่าวกับสาธารณชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเสียภาษีหรือรายละเอียดสุขภาพของตัวเอง
พอเกิดเรื่อง “คุณป้าจะเป็นลม” ก็ทำให้ประเด็นเรื่องสุขภาพของผู้อาสาเป็นประธานาธิบดี กลายเป็นเรื่องราวแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ทีเดียว
ก่อนหน้านี้ฮิลลารี มีอาการไอถี่และบ่อย...เธอบอกว่าเป็นเพราะแพ้อากาศ
ปีที่แล้วเธอหกล้มหัวฟาดพื้น ก็กลายเป็นข่าวคราวไปพักใหญ่ จนหมอยืนยันว่าทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว
เดิมทีไม่มีใครตั้งคำถามนี้ แต่พอ ฮิลลารี คลินตัน เกิดอาการ “หน้ามืดเป็นลม” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาขณะไปร่วมพิธีรำลึกเหตุการณ์ 9/11 จนต้องล้มหมอนนอนเสื่อก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นฉับพลันว่า
ถ้าคุณป้าไม่ไหวจริง ๆ จะทำอย่างไร? หรือหากคุณลุงทรัมป์ เกิดทรุดลงกลางเวทีปราศรัย จะเกิดอะไรขึ้น?
รัฐธรรมนูญสหรัฐเขียนไว้เฉพาะกรณีที่ประธานาธิบดีล้มป่วย ไม่สามารถทำงานได้ หรือมีอันเป็นไป รองประธานาธิบดีจะขึ้นมาทำหน้าที่แทน
แต่ถ้าตัวแทนพรรคอย่างฮิลลารี หรือทรัมป์ เกิดป่วยหนักก่อนวันเลือกตั้งล่ะ? รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร
จึงต้องไปดูกฎกติกาของพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคว่าเขียนไว้อย่างไร หากตัวแทนพรรคเกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรงก่อนวันเลือกตั้ง
ธรรมนูญของพรรคเดโมแครตเขียนไว้ว่า คณะกรรมการพรรคแห่งชาติที่เรียกว่า Democratic National Committee จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเอาใครมาแทน โดยจะเรียกประชุมนัดพิเศษ แล้วโหวตกันว่าจะเลือกใคร
แต่ธรรมนูญพรรคไม่ได้ระบุว่าคนที่มีสิทธิถูกเสนอชื่อให้ลงมติใหม่นั้น จะต้องเป็นใคร
แปลว่านายทิม เคน ซึ่ง ฮิลลารี เลือกเป็นคู่หูตำแหน่งรองประธานาธิบดี ก็จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษก่อนคนอื่น
หรือเบอร์นี่ แซนเดอร์ส ที่แข่งกับ ฮิลลารี มาก่อน หรือรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ไม่ได้รับสิทธิในการถูกเสนอชื่อให้มาแทน ฮิลลารี หากเกิดกรณีที่ไม่คาดฝันเช่นนี้
ตีความตามกฎนี้แล้ว นาย ก. หรือนาง ข. ก็ถูกเสนอชื่อได้ทั้งนั้น ซึ่งย่อมนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายแน่นอน
ฝั่งพรรครีพับบลิกันที่มี Republican National Committee เป็นกลไกตัดสินใจก็ไม่มีอะไรชัดเจนเช่นกัน
หากทรัมป์ เกิดป่วยหนัก ไม่สามารถหาเสียงได้ เจ้าหน้าที่ของพรรคมีทางเลือกสองทางคือ
1. คณะกรรมการพรรคยกมือเลือกคนใดคนหนึ่งมาแทนเอง
2. เรียกประชุมพิเศษตัวแทนจากรัฐต่าง ๆ ทั้งหมด 2,472 คน ที่มีร่วมประชุมพรรคแห่งชาติที่เรียกว่า national convention เพื่อลงมติว่าจะเอาใครมาแทน
ในกรณีนี้ไม่มีใครได้รับสิทธิเหนือคนอื่นในการถูกเสนอชื่อ ดังนั้น นายไมค์ เพนซ์ที่ นายทรัมป์ เลือกเป็นคู่หูในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ก็ไม่ได้รับโอกาสก่อนคนอื่นเช่นกัน
เรื่องของเรื่องก็เป็นเพราะที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีกรณีที่ตัวแทนพรรคป่วยหนัก จนต้องขอสละสิทธิ์ในการรณรงค์หาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง
หวังว่าเรื่องสมมติที่ว่านี้จะไม่เกิด แต่ก็ไม่แน่ เพราะทุกอย่างย่อมต้องมีปรากฏการณ์ “ครั้งแรก” ได้เหมือนกัน






