คงไม่มีอะไรตื่นเต้นสักเท่าไหร่ กับการแจ้งลาออก
จากตำแหน่ง รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ของ อุตตม สาวนายน เพราะภายในเดือนก.ย.นี้ กระทรวงไอซีที จะปรับโครงสร้างกระทรวงแล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีทีเป็น “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม”
+++ การที่ อุตตม ต้องลาออก ก่อนหน้านี้ มือกฎหมายของรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาอธิบายเหตุผลไว้แล้วว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนะนำไว้ เพราะเดิม อุตตม เป็นรมว.ไอซีที แต่เกรงว่าสังคมจะเกิดคำถามว่าจะลงนามในนามรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้อย่างไร แม้ในทางกฎหมายสามารถทำได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดคำถามทั้งทาง “การเมือง” และทาง“กฎหมาย” ในอนาคต จึงต้องเปลี่ยนแปลง
+++ “มือกฎหมายรัฐบาล” บอกว่า สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่ปฏิรูปและเปลี่ยนชื่อกระทรวง ได้ทำแบบเดียวกันนี้ เพื่อตัดปัญหา โดยให้รัฐมนตรีทุกคนลาออก เว้นนายกฯ เพื่อนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งใหม่
+++ ความจริงเมื่อมี “รัฐมนตรี” ลาออก และแต่งตั้งคนใหม่ ซึ่งต้องนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ หาก “นายกฯ” จะฉวยโอกาสนี้ “ปรับครม.” ในตำแหน่งอื่น ๆ ไปด้วยก็ได้ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวว่า จะเติมเต็ม “รัฐมนตรีช่วย” ในกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งคงต้องรอดูว่า นายกฯ จะดำเนินการไปพร้อมกันเลยทีเดียวหรือไม่
+++ นับแต่มีการ “รัฐประหาร” เมื่อ 22 พ.ค.2557 จนถึงปัจจุบัน มีคดีที่ทำผิดแล้วต้องขึ้น “ศาลทหาร” แบ่งเป็น คดีความผิดตามมาตรา 112 หมิ่นสถานบัน, มาตรา 116 เกี่ยวกับวัตถุระเบิด อาวุธปืน ดอกไม้เพลิง และคดีที่เกี่ยวกับการขัดคำสั่ง คสช.
+++ แต่เมื่อมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 55/2559 ออกมา ทำให้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2559 เป็นต้นไป คดีตามความผิดข้างต้น จะต้องไปขึ้นศาลยุติธรรมหรือศาลพลเรือนแทน ส่วนคดีเดิมที่อยู่ในศาลทหาร ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป เพราะไม่สามารถโอนไปศาลปกติได้ เนื่องจากบางคดีมีการสืบพยานไปแล้ว
+++ วิษณุ เครืองาม บอกว่า คดีที่อยู่ในศาลทั้งหมดมี 1,500 คดี และพิจารณาแล้วเสร็จ 1,000 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 500 คดี
+++ ค่อย ๆ ผ่อนคลายทีละเรื่อง เพื่อรับกับ “โหมดเลือกตั้ง” นั่นเอง
....................................
แหลมเชิงดอย:[email protected]






