Baby Boomer

ประโยชน์สูงสุดของโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองคือการวิเคราะห์และทำนายแนวโน้มระดับโลก ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ

การเมือง ภัยธรรมชาติ แต่รวมถึงสังคม วัฒนธรรม และประชากรด้วย

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกเกิดขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในเดือนส.ค.1945 ยุโรปเอเซียเสียหายหนัก อเมริกาชนะสงครามและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เต็มที่ ทหารหลายล้านคนเดินทางกลับบ้าน สภาออกกฎหมาย G.I. Bill of Rights เพื่อช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตพลเรือนตามปกติ ด้วยการให้สิทธิ์กู้เงินซื้อบ้านชานเมืองในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

มาตรการนี้ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวอย่างมากและส่งผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจอื่น เศรษฐกิจเติบโต ผู้คนมองโลกในแง่ดี ความทรงจำที่เลวร้ายนับแต่ Great Depression 1929 เลือนหายไป บริษัทโตและมีกำไรมากขึ้น งานมีมากมาย หนุ่มสาวมีครอบครัว อัตราการแต่งงานเพิ่มขึ้น ผู้หญิงแต่งงานอายุน้อยลงและมีลูกมากขึ้น ผู้คนมั่นใจและกล้าซื้อสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ ฯลฯ นี่คือ American Dream อย่างแท้จริง

สิ่งที่ตามมาคือเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นมหาศาล ปี 1946 มีเด็กเกิด 3.4 ล้าน มากกว่าปีก่อนถึง 20 % ปี 1947 เด็กเกิด 3.8 ล้าน ปี 1952 เด็กเกิด 3.9 ล้าน ทุกปีตั้งแต่ 1954 – 1964 มีเด็กเกิดมากกว่า 4 ล้านคนนักประชากรศาสตร์เรียกช่วงเวลานี้ว่า ยุค Baby Boomer ซึ่งนับตั้งแต่ 1946 – 1964 ตลอดยุคนี้มีเด็กเกิด 76.4 ล้านคน คิดเป็น 40 % ของประชากรทั้งหมด

เศรษฐกิจอเมริกาเติบโตอย่างมากนับจากนั้น สภาพสังคมก็เปลี่ยนไปมากมาย ผู้ชายทำงานนอกบ้าน ผู้หญิงเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ชนชั้นกลางขยายตัวอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมก็เปลี่ยนตาม ความบันเทิงแบบใหม่ เช่น ดนตรีร็อค ภาพยนต์ โทรทัศน์ ฯลฯ ได้รับความนิยมอย่างสูง เรากล่าวได้ว่า ชาวเบบี้บูมเมอร์คือผู้เปลี่ยนแปลงโลก (ตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว)

ในทางโหราศาสตร์ ยุค Baby Boomer เกิดจากวัฏจักรเสาร์พลูโตรอบใหม่เมื่อ 10 ส.ค.1947 ที่ 20 องศากรกฎ เสาร์คือโครงสร้าง พลูโตคือการเปลี่ยนสภาพ (Transformation) กรกฎคือภพ 4 ของโลก ซึ่งเกี่ยวข้องกับครอบครัว บ้าน อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ มันคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวในระดับโลก

อันที่จริง เสาร์เข้ากรกฎ 22 ก.ย.– 22 ธ.ค.1945 จากนั้นถอยกลับเมถุน เสาร์เข้ากรกฎจริง 8 มิ.ย.1946 จรเข้าหาพลูโตที่รออยู่ จนกุมกันสนิทส.ค.อีกปี วัฏจักรดาวเริ่มแสดงอิทธิพลตั้งแต่เสาร์จรร่วมราศีกับพลูโต ตรงตามความเป็นจริงและข้อสรุปของนักประชากรศาสตร์

วัฏจักรเสาร์พลูโต 1 รอบใช้เวลา 35 ปี  นับแต่ส.ค.1947 ถือเป็นขาขึ้น มันไปถึง Peak เมื่อเสาร์เล็งพลูโต 23 เม.ย.1965 ที่ 20:33 องศากุมภ์-สิงห์ จากนั้นจึงเป็นขาลง ไม่น่าแปลกใจที่ยุคเบบี้บูมเมอร์จะสิ้นสุดลงในปี 1964

ที่จุดพีคของวัฏจักร มักเกิดปรากฏการณ์สำคัญ วัฏจักรเริ่มต้นที่ 20 องศากรกฎ เสาร์กรกฎเป็นปรเกษตร์-อ่อนแอ แต่เสาร์เกาะนวางค์มังกร กลับเป็นเข้มแข็ง วัฏจักรก่อให้เกิดสภาพการณ์ใหม่ที่เข้มข้น นั่นคือสงครามเย็น ปี 1965 – 1967 ชาวเบบี้บูมเมอร์รวมตัวกันแสดงพลังทั่วประเทศเพื่อต่อต้านสงครามเวียดนาม จนอเมริกาต้องยอมถอนตัวในที่สุด สงครามเวียดนามคือสงครามตัวแทนครั้งสุดท้ายในยุคสงครามเย็น อเมริกาพ่ายแพ้ทั้งการทหารและการเมืองที่นั่น มันเป็นไปตามอิทธิพลดวงดาว

ในเมืองไทย เหตุการณ์ 14 ต.ค.1973 (พ.ศ. 2516) คือการแสดงพลังครั้งใหญ่ของชาวเบบี้บูมเมอร์เช่นกัน มันเป็นช่วง Waning-square ของวัฏจักร เสาร์ทำมุม 90 กับพลูโต ที่ 11:15 องศาเมถุน-กันย์ ทั้งคู่ทำมุม 180 และ 90 กับเสาร์เดิมในดวงเมือง ชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงทางการเมือง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังอเมริกาหลายปี เพราะไทยเป็นประเทศชายขอบ ไม่ใช่ศูนย์กลางอำนาจของโลก

คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์อยู่ภายใต้อิทธิพลของเสาร์พลูโตในกรกฎ พลูโตเป็นดาวที่โคจรช้ากว่าเสาร์ จึงมีพลังอิทธิพลมากกว่า คนรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จสูงสุด เมื่อพลูโตจรเข้ามุม 120 หรือเข้าราศีที่ตรีโกณร่วมธาตุกับพลูโตเดิม นั่นคือพิจิก

บิล คลินตันคือตัวอย่างสำคัญ เขาเกิด 19 ส.ค. 1946 ลัคนาราศีกันย์ คลินตันเป็นประธานาธิบดีคนแรกจากเจนเบบี้บูมเมอร์ เขาชนะเลือกตั้ง 3 พ.ย.1992 เมื่อพลูโตทำมุม 45 กับลัคนา วันที่ 7 ธ.ค. พลูโตยกเข้าพิจิก วันที่ 20 ม.ค. 1993 พลูโตอยู่ที่ 1:20 องศาพิจิก ทำมุม 90 กับอาทิตย์เดิม พลูโตคืออำนาจ อาทิตย์คือตำแหน่งเกียรติยศ คลินตันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 42 ของอเมริกาในวันนั้น

แต่ตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือจอร์จ บุช เขาเกิด 6 ก.ค.1946 ลัคน์อยู่กรกฎ บุชชนะเลือกตั้ง 7 พ.ย.2000 วันนั้นพลูโตอยู่ที่ 17:50 องศาพิจิก ทำมุม 120 สนิทกับพลูโตเดิมที่กุมลัคน์ วันที่ 20 ม.ค.2001 บุชสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 43 ของอเมริกา พลูโตอยู่ที่ 20:31 องศาพิจิก ทำมุม 120 สนิทกับจุดเริ่มต้นวัฏจักรเสาร์พลูโตปี 1947 ที่ 20 องศากรกฎ

คลินตันดำรงตำแหน่ง 8 ปี บุชดำรงตำแหน่งอีก 8 ปี คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ก้าวขึ้นสู่อำนาจสูงสุดทางการเมืองของโลกในจังหวะที่พลูโตเข้าพิจิกพอดี นี่คือบทพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของโหราศาสตร์

บุชเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ 20 ม.ค.2001 – 20 ม.ค.2009 แต่พลูโตออกจากพิจิก 8 ก.พ. – 15 พ.ค.2005 จากนั้นถอยกลับพิจิก พลูโตยกเข้าธนูแท้จริง 6 ธ.ค.2005 นั่นคือสมัยที่ 2 ของบุช ปี 2005 ปัญหาซับไพร์มปะทุและเริ่มลุกลาม แต่บุชกลับทำอะไรไม่ถูก เขายังคงโฟกัสที่อิรักและตะวันออกกลาง ในที่สุด มันก็กลายเป็นวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2007 – 2008

อิทธิพลพลูโต (อำนาจ) ในธนู (ภาพรวม) ที่ขัดแย้งกับพลูโตเดิมเมื่อเริ่มต้นวัฏจักร กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวเบบี้บูมเมอร์ยึดติดกับอำนาจและมองไม่เห็นภาพใหญ่องค์รวม อันนำไปสู่การตัดสินใจและบริหารจัดการที่ผิดพลาด จนเกิดปัญหาและวิกฤติใหญ่ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองไปทั่วโลกในปัจจุบัน

อีก 10 ปีข้างหน้า ชาวเบบี้บูมเมอร์ทั้งหมดจะเข้าสู่วัยเกษียณ โลกจะเจอปัญหาใหญ่ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุข ข่าวดีคือเรายังมีเวลาเหลือ ข่าวร้ายคือดวงดาวไม่รอเรา พลูโตจะยกเข้ามังกรครั้งแรก 25 ก.พ. – 29 มิ.ย.2020 แล้วถอยกลับธนู พลูโตเข้ามังกรจริง 30 ธ.ค.2020

พลูโตจรเล็งพลูโตเดิม มันคือการปิดฉากที่แท้จริง คุณเตรียมตัวหรือยัง ?