รสชาติของน้ำมะพร้าวอ่อนที่ สปป.ลาว
คงจะอร่อยไม่น้อยสำหรับ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เพราะดูจากรูปนี้แกท่าทางจะทำตัวเป็นคนท้องถิ่นได้ไม่น้อย
จะบอกว่าผู้นำสหรัฐคนนี้ไม่คุ้นเคยกับมะพร้าวเห็นจะไม่ได้ เพราะเกิดที่ฮาวายซึ่งมีต้นมะพร้าวเรียงรายริมทะเลมากมาย และตอนอายุ 6 ขวบ คุณแม่ก็พาแกไปอยู่ที่อินโดนีเซียกับพ่อเลี้ยง ในช่วง 3 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่อินโดฯ โอบามาก็คงได้วิ่งเล่นอยู่ในสวนมะพร้าวที่นั่นไม่น้อย
ดังนั้น เมื่อสองวันก่อน ขณะไปเยือนหลวงพระบางของประเทศลาว โอบามาก็สัมผัสกับชาวบ้าน ไหว้พระและชิมอาหารท้องถิ่นหลายจังหวะ จึงมีภาพประธานาธิบดีแห่งมหาอำนาจโลก ดูดน้ำมะพร้าวด้วยหลอดให้ได้เห็นกันไปทั่วโลก
ที่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำสหรัฐมาเหยียบ สปป.ลาว เพื่อประชุมสุดยอดอาเซียนและหุ้นส่วนการสนทนาหรือ dialogue partners จึงมีความหมายสำหรับสองประเทศมาก เพราะย้อนกลับไปในช่วงสงครามเวียดนามและอินโดจีน สหรัฐใช้ลาวเป็นส่วนหนึ่งของ “สมรภูมิ” แห่งสงครามลับที่ไม่ประกาศ และซีไอเอของอเมริกาใช้ลาวเป็นฐานปฏิบัติการ ทั้งด้านข่าวกรองและด้านการทหารอย่างคึกคักยิ่ง
ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่โอบามาจะต้องทำการบ้านมาอย่างดี เพื่อจะได้แสดงถึงความตระหนักในความรับผิดชอบ ของสหรัฐต่อประเทศลาว ที่คนอเมริกันส่วนใหญ่วันนี้อาจจะไม่รู้ ถึงความตื้นลึกหนาบางของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้
เราจึงได้เห็นภาพของโอบามาไปเยี่ยม “องค์กรขาเทียม” ที่เวียงจันทน์ และคำประกาศของโอบามาที่จะให้ความช่วยเหลือ $90 ล้านเหรียญ (ประมาณ 3,150 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือลาวในการเคลียร์กับระเบิดที่ยังค้างอยู่ในหลายๆ จุดของลาวในอีกสามปีข้างหน้า
อันเป็น “มรดกบาป” ที่ตกทอดมาจากยุคสมัยสงครามที่สหรัฐมาทำไว้เมื่อกว่า 40 ปีก่อน
วลีสำคัญของโอบามาในโอกาสนี้คือ “สหรัฐถือเป็นพันธะทางศีลธรรมที่จะต้องช่วยเหลือลาว” (It’s the United States’ moral obligation to help Laos) อันเป็นการตอกย้ำถึงความสำนึกว่าวอชิงตันเคยทำอะไรไว้ในประเทศนี้ และแม้ถึงทุกวันนี้ก็ยังมีร่องรอยแห่ง “กรรม” ที่อเมริกาได้ “ก่อ” เอาไว้
แน่นอนว่า มิติหนึ่งของท่าทีของโอบามาใน สปป.ลาวครั้งนี้คือการถ่วงดุลของอิทธิพลของจีนในลาว ซึ่งปีนี้นั่งเป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียน และเป็นเจ้าภาพของงานใหญ่ที่สุดเท่าที่ สปป.ลาว เคยจัดมา นั่นคือประชุมสุดยอดอาเซียนและประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกรวมไปถึงการพบปะของผู้นำจาก “หุ้นส่วนการสนทนา” ที่มีทั้งโอบามาจากสหรัฐ หลี่เค่อเฉียงจากจีน ชินโซ อาเบะจากญี่ปุ่น ปาร์ค จุงเฮจากเกาหลีใต้ และนเรนทรา โมดี จากอินเดีย
สปป.ลาวในฐานะเจ้าภาพสร้างความประทับใจ ให้กับผู้มาร่วมประชุมได้ไม่น้อย ยิ่งต้องทำให้ทุกฝ่ายที่มีประเด็นที่จะผลักดันในแถลงการณ์ร่วม โดยเฉพาะในกรณีทะเลจีนใต้ด้วยแล้ว เจ้าภาพลาวก็ยิ่งต้องแสดงความเป็น “มืออาชีพ” ในการวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
เนื้อหาในแถลงการณ์ร่วม ที่ออกมาในประเด็นนี้ ทั้งจีนและสมาชิกอาเซียน ที่เป็นคู่กรณีทะเลจีนใต้ก็ไม่อาจตำหนิเจ้าภาพได้
เพราะทุกฝ่ายได้บางส่วนของสิ่งที่ตนต้องการ
ขณะที่ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตนอยากได้
เพราะนี่คือศิลปะแห่งการทูตระหว่างประเทศที่แท้จริง
โอบามาก็ได้ทำหน้าที่สะกิดจีนเรื่องบทบาทในทะเลจีนใต้ ขณะที่จีนก็สามารถยืนหยัดในแนวทางของตัวเอง... และสมาชิกอาเซียนที่เห็นไม่ตรงกันนักในเรื่องทะเลจีนใต้ ก็ไม่มีใครต้องรู้สึกถูกกีดกันจนแสดงจุดยืนของตัวเองไม่ได้
จิบน้ำชาจากหางโจวของจีนระหว่างประชุมสุดยอด G-20 แล้ว ทุกคนก็มาดื่มน้ำมะพร้าวสดที่เวียงจันทน์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน กับเพื่อนรุ่นวงสนทนาจากประเทศยักษ์ๆ ได้






